| แจ๊ส เฟสติวัล หัวหิน 2005 แจ๊ส ออน เดอะ บีช |
![]() |
วันที่
:3/6/2505 [17:00:00] สถานที่ :หัวหิน รายละเอียด : ผมเลือกเล่นดนตรีแจ๊ส แทนที่จะเป็นดนตรีแขนงอื่น เพราะแจ๊สเป็นดนตรีที่ให้เสรีภาพ ในการแสดงได้มากที่สุด เท่าที่เคยประสบพบเจอมา ปีเตอร์ ซินคอตตี นักร้อง / นักแต่งเพลง / นักเปียโน ชาวอเมริกัน อาจเป็นด้วยอิทธิพลของเสรีภาพทางการแสดงของดนตรีแจ๊ส จึงทำให้เกิดงานใหญ่อย่าง แจ๊ส เฟสติวัล หัวหิน 2005 แจ๊ส ออน เดอะ บีช ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 17.00 น. ของวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน และสิ้นสุดลงเวลา 22.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน (ตามกำหนดการ) เป็น 3 วัน 2 คืน ที่ทำให้บรรยากาศของชายหาดหัวหินที่คุ้นตาในละครเรื่องปริศนา และเคยกระจัดกระจาย ไปด้วยวินม้ารับจ้างและ(ขี้ม้า) คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวตลอดปีอยู่แล้ว กลับยิ่งคึกคักและหนาแน่น ด้วยนักเที่ยว, นักฟังเพลง, นักร้อง, นักดนตรี, นักแสดง, นักข่าว, นัก ดื่ม (เพราะมีเบียร์อินเตอร์ เป็นสปอนเซอร์) แต่บรรยากาศที่จะนำมาถ่ายทอดนี้เกิดขึ้นเฉพาะ ผู้เขียนขอตัดทอนมาเฉพาะคืนวันเสาร์ที่ 4 และเฉพาะที่เวทีชายหาดหัวหินเท่านั้น ส่วนเวทีสวนสาธารณะ โผน กิ่งเพชร เนื่องจากอยู่ไกลพอสมควร และทั้งสองเวทีมีการแสดงพร้อมกัน ด้วยผู้ชมที่ล้นหลามแน่นขนัดชายหาดหัวหินจนไม่สามารถขยับไปจากด้านหน้าเวทีได้ ทำให้ ผู้เขียนต้องเลือกปักหลักแค่เวทีชายหาดเพียงเวทีเดียว (ข้ออ้าง เอ้ย!! เหตุผลแค่นี้ก็ได้ความเห็นใจเพียบแล้ว) 17.00 น. ท้องฟ้าของหัวหินที่มืดครึ้มด้วยเมฆฝนมาตั้งแต่ช่วงสาย เริ่มเปิดให้เห็นแสงพระอาทิตย์ร่ำไร และยิ่งดวงอาทิตย์ขยับไปใกล้เส้นขอบฟ้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งเร้าให้ชายหาดหัวหินตอนนี้หนาแน่นไปด้วยผู้คนที่มา จับจองพื้นที่ชายหาดหน้าโรงแรมโซฟิเทล ซึ่งเป็นที่ตั้งของเวที แจ๊ส ออน เดอะ บีช มากขึ้น ขณะที่รอบกำแพงเขื่อนของโรงแรมเรียงรายไปด้วยซุ้มขายสินค้าของสปอนเซอร์ (ทั้งน้ำเมาและไม่เมา) ของที่ระลึก (ซึ่งไม่เกี่ยวกับงานเพลง) ประเภทเสื้อ กางเกง สกรีนชื่องาน แต่ถ้าได้เดินมาทางด้านหลังเวที เราจะพบโต๊ะเล็กๆ 1 ตัว หลอดไฟนีออน 1 หลอด ซึ่งเป็นหน้าร้านวางขายอัลบั้มเพลงแจ๊สของศิลปินที่มาแสดงวันนั้น!!!! 19.00น. ขณะที่แสงสลัวของท้องฟ้าถูกกลบด้วยความมืด เมฆฝนที่ตั้งเค้ามาทั้งวัน สลายไปอย่างไร้ร่องรอย จนแอบได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างแรงของเจ้าภาพ เพราะที่หัวหินมีฝนตกติดกันมาหลายคืนแล้ว พิธีกรร่างบาง เริ่มส่งเสียงสื่อสารถึงการเริ่มต้นเปิดเวที ด้วยการอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ ภายใต้การบรรเลงของ จอห์น แพทติทุชชี่ (John Pattitucci) หนึ่งในมือเบสยอดเยี่ยมของโลก ในวงการดนตรีแจ๊ส จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในดาวเด่นของการแสดงครั้งนี้ และการเปิดเวที อย่างเป็นทางการก็เริ่มต้นขึ้นด้วยการแสดงของ อ. โปรด ธนภัทร ซึ่งนอกจากจะฉูดฉาดด้วยเชิ้ตสีแดง และ สาย ริสต์ แบนด์ สีเหลืองสดแล้ว กีตาร์ แจ๊สของ อ.โปรด ที่นำทั้งเพลงเก่าและเพลงใหม่ รวมทั้งเพลงที่แต่งให้ลูกชายสุดที่รัก ไมเคิล ก็ร้อนแรงจนไม่ทำให้ใครผิดหวังเช่นกัน ไฟของเวที ดับลงอีกครั้ง สลับด้วยเสียงเพลงจากดีเจ ไลฟ์ ของคลื่น บรีซ เอฟ เอ็ม. 98.5 เพื่อเตรียมพบกับการแสดงของ จอห์น แพทติทุชชี่ (John Pattitucci) กีตาร์ทรีโอ ซึ่งตอนนี้ พื้นที่ของผู้ชมก็ล้นทะยักไปติดขอบเวทีด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหลังจากที่ จอห์น ขึ้นเวที บรรดาช่างภาพ ทั้งมืออาชีพที่มาด้วยหน้าที่ และมืออาสา(สมัครเล่น) ที่มาถ่ายภาพด้วยความส่วนตัว ก็กรูกันเหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้ามาปะทะหน้าเวที จนผู้ชมแถวหน้า ส่งเสียงไล่เป็นระยะๆ (แหม เขาเพิ่งจะเริ่มเล่นเพลงแรก รีบหงุดหงิดไปไหน หนึ่งในคลื่นช่างภาพแอบส่งเสียงเถียงไป-เบาๆ) แต่แล้ว จอห์น ก็โชว์ลีลาโซโล Double Bass ที่ตรึงคนดูไว้ได้นิ่งสนิท ดีเจ ไลฟ์ ของบรีซ เอฟ เอ็ม - ON AIR อีกครั้ง เพื่อเตรียมการแสดงบนเวทีของ โก้ มร.แซ็กแมน ที่เริ่มต้นเวลาของเขาด้วย MALIBU SUNSET เพลงในอัลบั้มใหม่ THE OTHER SIDE OF KOH ซึ่งเขาเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า เกิดจากความใจง่ายอย่างเต็มใจในการเดินทางไป ทำอัลบั้ม Jazz ที่อเมริกา ตามคำชักชวนของ Mr. Jeremy Monteiro ด้วยความฝันว่า ซักวัน จะมี CD Jazz ของตัวเอง วางขายอยู่กับ Jazz สากล ด้วยคำพูดง่ายๆ ในปก CD ของเขาว่า แม้อาจจะต้องขาดทุน แต่ผมก็ทำมันแล้ว .. หลังจากความพริ้วหวานของ MALIBU SUNSET ชวนให้ผู้ชมเคลิ้มไปกับลีลาแซกโซโฟนของโก้แล้ว แขกรับเชิญซึ่งเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกจาก เจนนิเฟอร์ คิ้ม นักร้องคู่บุญก็ขึ้นมาโชว์พลังเสียงบนเวที แต่เพียงโก้ ป่าวร้องว่า นอกจากบนเวทีจะเปิดตัวเพลงในอัลบั้มใหม่แล้ว ข้างเวทียังเป็นหน้าร้าน ให้เขาเปิดตัวอัลบั้มใหม่ที่ทำเองขายเองนี้ด้วย เท่านั้นแหละ !!! หนึ่งในสต๊าฟของผู้จัด ก็เดินมากระซิบโก้บนเวที จับใจความได้ว่า ห้ามขายของ เล่นเอาเกิดหลุมดำ กลางเวทีเล็กน้อย เมื่อ Mr. SAXMAN ขอไปเคลียร์หลังเวที ปล่อยให้พี่สาวเสียงดี ฮัมเพลงรอไปพลางๆ แต่ the show must go on โก้กลับมาพร้อมกับพลังในการแสดงเหมือนเดิม และตอกย้ำว่าด้วย เสียงหนักแน่นว่า นอกจากอัลบั้มใหม่ของเขาแล้ว ยังมีอัลบั้มใหม่ของ infinity และ อ.โปรด รอลูกค้าอยู่ด้านข้างเวทีด้วย จนสาวคิ้วเองอดแซวไม่ได้ว่า ปีหน้าเจ้าภาพเขาคงไม่ให้เรามาอีก .555 ช่วงพีคของโก้ (และน่าจะเป็นคืนนั้นด้วย) ก็คือการร่วมแจมแซกโซโฟน กับ อ.โปรด และ ดนตรีแบคอัพที่ทรงพลัง ซึ่งเรียกเสียงเฮจากผู้ชมได้อย่างกึกก้อง ปิดท้ายการชมของผู้เขียน (แต่การแสดงยังมีต่อ) ในคืนนั้นด้วยวง เครสเซนโด ที่ออกตัวตั้งแต่เริ่มสต๊าทเลยว่า พวกเราไม่ใช่แจ๊ส แต่มาขอแจม ซึ่งกลุ่มผู้ชมก็เริ่มเปลี่ยนช่วงอายุเป็นน้องๆสาวเดี่ยวกันก็ตอนนี้แหละ และตามกำหนดการเวทีชายหาดหัวหิน จะปิดท้ายการแสดง (ที่ไม่ได้มีโอกาสดู) ในคืนนี้ด้วยวง ดิ อินฟินิตี้ 24.30 น. ผู้เขียนเดินออกมาจากเวทีริมชายหาดหัวหินอย่างรู้สึกตัวเบาโหวง ไม่ใช่โดนล้วงกระเป๋า แต่ เพราะความเหนื่อยล้าจากงานการที่กรุงเทพฯ ที่เพิ่งจะจบสิ้นไปในเวลาตี 4 ของวันที่ออกเดินทาง ไปหัวหินช่วงสายของวันเสาร์ ถูกละลายและทิ้งไปกับ music therapy จากเพลงแจ๊สที่ชายหาดหัวหิน สิ่งที่เข้ามาแทนนอกจากจะเป็น กลิ่นขี้ม้า ที่ตลบอบอวลทั่วชายหาดหัวหิน ซึ่งแทรกซึมมาตามเนื้อผ้า และ เนื้อตัว !!!!!! (หนึ่งในพวกเราพยายามปลอบใจกันเองว่า เวลาไปสปาก็ต้องมีกลิ่นแปลกติดตัว กลับมาอย่างนี้แหละ ฮ้า ..มิหน่าคืนนั้น หลับสบายจริงๆ งานนี้เจ้าภาพน่าจะพอใจที่มีผู้ชมมาเยอะ (มาก) แต่ด้วยความ มาก ของผู้ชม ก็อาจกลายเป็นอุปสรรคของการแสดง เพราะมีลำโพงตั้งไว้เฉพาะ ด้านหน้าเวที ดังนั้นผู้ที่อยู่ข้างหลังจึงได้เห็นเฉพาะตัวศิลปินไหวๆ และปากขมุบขมิบ แต่ไม่รู้ว่ากำลังด่าใคร หรือ ร้องเพลงเพราะๆ เพลงไหนอยู่ และปัญหาห้องน้ำที่ขาดแคลนอย่างหนัก ใครไม่เคยเห็นคนเข้าคิวรอห้องน้ำเป็นแถวยาวววววววววววววววว งานนี้ก็มีให้ชม Click Here to View |