Thailand Philharmonic Orchestra
วันที่ :19 มีนาคม 2549
สถานที่ :หอประชุมใหญ่, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายละเอียด : Thailand Philharmonic Orchestra

วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิคแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra, TPO)
วงดนตรี บรรเลงเพลง คลาสสิกขนาดใหญ่ ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อจัดตั้งวง ดุริยางค์อาชีพขึ้นในประเทศไทย เพื่อบรรเลงรองรับงานศิลป วัฒนธรรมระดับชาติ
และระดับนานาชาติ เพื่อสร้างคุณค่า รสนิยม พัฒนาศิลปวัฒนธรรม
และเสริมสร้างรสนิยมของคน ในชาติ พัฒนาอุตสาหกรรมดนตรีภายในประเทศ
และยก ระดับด้านศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาค สร้างผลงานดนตรีที่มี
รสนิยมให้กับประชาชนชาวไทย และใช้ต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง

ครั้งนี้ท่านจะได้พบกับการบรรเลงเพลงในแบบฉบับ ออร์เคสตร้า
โดยผู้อำนวยการเพลง มร. กุดนีเอ อีมิลสัน และ ประทีป สุพรรณโรจน์
การแสดงวันที่ 6 มีนาคม 2549
===================================
กุดนี เอ อีมิลสัน, ผู้อำนวยการเพลง
จูเลีย กาลิค, บรรเลงไวโอลิน

Phra Chen Duriyang
Sri Ayudhaya
Maurice Ravel Tzigane for Violin and Orchestra Pablo de Sarasate
Caprice basque, op. 24
Ludwig van Beethoven Symphony no.5 in C minor, op.67

การแสดงวันที่ 19 มีนาคม 2549
===================================
ประทีป สุพันธ์โรจน์ , ผู้อำนวยการเพลง
Phra Chen Duriyang ศรีอยุธยา
King Rama II บุหลันลอยเลื่อน
King Rama VII ราตรีประดับดาว
King Rama VII คลื่นกระทบฝั่ง
King Rama VII เขมรลออองค์
Phraya Prasarn Duriyasap ลาวคำหอม ( Plaek Prasarnsap)
พระยาประสานดุริยศัพท์ แปลก ประสานศัพท์ Arr. by Preteep S.
เพลงพื้นบ้านภาคเหนือ
Arr. by Preteep S. BALRSM : เพลงพื้นบ้านภาคใต้
Arr. by Preteep S. BALRSM : เพลงพื้นบ้านภาคอีสาน

กุดนี เอ อีมิลสัน, ผู้อำนวยการเพลง
อีมิลสัน เป็นผู้อำนวยเพลงซึ่งเคยได้รับรางวัลระดับชาติ และ ระดับนานาชาติมากมาย
ในปี พ . ศ. ๒๕๓๕ เขาได้รับรางวัล เป็นครั้งแรกในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ต่อมาในปี พ. ศ. ๒๕๓๗ ได้รับรางวัลที่ ๒ จากการแข่งขันลูกาโน และในปี
เดียวกันนี้ยังได้รับรางวัล “ นักดนตรียอดเยี่ยมแห่งปี” จาก มูลนิธิ LIND
ของประเทศไอซ์แลนด์ อีกหนึ่งรางวัล ในขณะ เดียวกันเขาได้รับรางวัลจาก
The Richard Wagner Bayreuth และ The Herbert von Karajan Foundation Salzburg
ต่อมา ในปี พ. ศ. ๒๕๔๕ ได้รับรางวัลศิลปินดีเด่น “The Artist Prize”
จาก The Masaryk University of Prague

อีมิลสันได้รับเกียรติให้เป็นผู้ควบคุมวงดนตรีรับเชิญร่วมแสดงกับวงออร์เคสตร้า
ชั้นนำหลายวงในยุโรป เช่น Stuttgart Philharmonic,
Kurfalzisches Chamber Orchestra of Mannheim, University Orchestra of Leipzig,
Iceland Symphony Orchestra, Arctic Chamber Orchestra USA,
North West Germany Philharmonic เป็นต้น

จูเลีย กาลิค, ไวโอลิน
ร้อยโท ประทีป สุพรรณโรจน์ , ผู้อำนวยการเพลง

ร้อยโท ประทีป สุพรรณโรจน์ เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2515
ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็น นักเรียนดุริยางค์กองทัพบก
ในตำแหน่ง Tuba และ Oboe และสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนดุริยางค์ทหารบก
จากนั้น ได้รับคำสั่งจากกองทัพบก ให้ไปศึกษาหลักสูตร Band Master Course
หรือผู้ควบคุมวงที่ Royal Military School of Music, Kneller Hall และ Kingston University
และสอบผ่านหลักสูตร Bandmaster Course ที่ Royal Military School of Music Kneller Hall

นอกจากนี้ ร้อยโท ประทีป สุพรรณโรจน์ ได้รับปริญญาตรี
สาขาดนตรีสากลจาก Kingston University ปัจจุบัน ร้อยโท ประทีป
รับราชการอยู่ที่ แผนกดนตรี กองดุริยางค์ทหารบก เป็นผู้อำนวยเพลง
ของนักเรียนดนตรีในโครงการ วิจัยพรสวรรค์ศึกษา วง Dr. Sax Chamber Orchestra
และกำลังศึกษาปริญญาโท สาขาการประพันธ์เพลง ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สถานที่แสดง
หอประชุมใหญ่, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่ตั้งสถานที่ ถนนรัชดาภิเษก, กรุงเทพฯ
2 รอบการแสดง

วันแสดง
1.วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม 2549
2.วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2549
เวลาแสดง 19.00 น.

ประตูเปิด 18.00 น.
จำหน่ายบัตร ทางเว็บไซต์
www.thaiticketmaster.com
ตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2549 ถึง
วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2549
Gettin’ In The Mood
วันที่ :17 มีนาคม 2549
สถานที่ :ณ. หอประชุมจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
รายละเอียด :
เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 89 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มาหาวิทยาลัย
ชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU BAND)
ภูมิใจเสนอคอนเสิร์ตประจำปี “ Gettin’ In The Mood”
ร่วมชื่นชมความไพเราะของบทเพลง Big Band สุด Classic
ผลงานจากนักดนตรีแจ็สชื่อดังระดับโลก อาทิ Duke Ellington Chet Baker
วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2549 เวลา 19.00 น. ประตูเปิด 18.00 น.
ณ. หอประชุมจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ 01-701-1919 และ 06-655-6564
band.cu@gmail.com
เล่ห์รักพรานป่า
วันที่ :22 มีนาคม 2549
สถานที่ :หอประชุมศรีบูรพามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รายละเอียด :
คณะนักร้อง เดอะ เมโทรโพลิแทน โอเปร่า ออฟ แบงคอก
ฝึกสอน และควบคุมการขับร้องโดย โซฟี ธนะปุระ
กำกับการแสดงโดย นพีสี เรเยส
ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย ฤทธิรงค์ จิวากานนท์
และพบกับสองนักร้องรับเชิญ สันติ ลุนเผ่ นักร้องชื่อดังของประเทศ ในบท เจ้าชายอ๊อตโตคาร์
และกิตติคุณ สดประเสริฐ นักเชลโล่มือหนึ่งของวง BSO ในบท คูโน หัวหน้าพรานป่า
ร่วมด้วย นิกร แซ่ตั้ง นักแสดงจากคณะ ละครแปดคูณแปด ที่จะมาสร้างชีวิตให้กับปีศาจร้ายซามิเอล

อุปรากรเรื่อง “เล่ห์รักพรานป่า” เป็นบทประพันธ์ ของคีตกวีชาวเยอรมัน
ซึ่งเป็นบิดาแห่งยุคโรแมนติค ของเยอรมัน คารล์ มาเรีย ฟอน เวเบอร์ (Carl Maria von Weber – 1786-1826)
“เล่ห์รักพรานป่า” เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับ ชีวิตชาวชนบทเรียบง่ายในภาคกลาง
ของ ทวีปยุโรป (Bohemia) ชาวชนบทเหล่านั้นให้ความสำคัญกับการล่าสัตว์
ซึ่งถือว่าเป็นกีฬา ลูกผู้ชายที่มีเกียรติในยุคนั้น อย่างไรก็ตาม
จากโครงเรื่องง่ายๆ นี้เอง เวเบอร์ได้สอดแทรกคติ สอนใจคนให้ตั้งอยู่ในความซื่อสัตย์
ความดีงาม อย่าได้ปล่อยให้จิตใจถูกครอบงำโดย ความชั่วร้าย ซึ่งจะนำไปสู่ความหายนะ
“เล่ห์รักพรานป่า” น่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากประชาชนคนไทย
เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความเป็นสากล เป็นเรื่องเกี่ยวกับชาวบ้านชาวนา
ประกอบกับเนื้อร้องและท่วงทำนองอันไพเราะหมดจด และเนื้อหาซึ่งจะสร้างความสนุกสนานตื่นเต้น
ตลอดจนคติสอนใจในเรื่องความซื่อสัตย์ดีงามต่อเยาวชน และชาวไทย

เล่ห์รักพรานป่า ขับร้องโดยคณะนักร้อง เดอะ เมโทรโพลิแทน โอเปร่า ออฟ แบงคอก
เป็น กลุ่มนักร้องโอเปร่าเลือดใหม่ เริ่มก่อตั้งจากโครงการ บางกอก ฟิล ฮาร์โมนิก ออร์เคสตร้า
ภายใต้การสนับสนุนของกรุงเทพมหานคร โดยมี โซฟี ธนะปุระ
นักร้องเสียงโซปราโน และครูสอนขับร้องเพลงคลาสสิค เป็นผู้ริเริ่มโครงการ กว่า 5 ปี
ที่โซฟีทุ่มเทความรู้ ความสามารถลงไป ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาอย่างคุ้มค่าก็คือ
กลุ่มนักเรียนซึ่งเป็นเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่มีความรักความเข้าใจในศิลปะคลาสสิคอย่างดีเยี่ยม
อีกทั้งยังมากไปด้วย ความสามารถในการขับร้อง และการแสดง
อันเป็นผลมาจากการฝึกสอนอย่างใกล้ชิดของเธอ

แม้ว่าในวันนี้โครงการดังกล่าวจะได้สิ้นสุดลง แต่เดอะ เมโทรโพลิแทน โอเปร่า ออฟ แบงคอก
กำลังจะเริ่มต้นเปิดตัวสู่เส้นทางศิลปะแบบมืออาชีพ ท่านสามารถร่วมให้กำลังใจ
และร่วมกัน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการดนตรีคลาสสิคในประเทศไทย
ด้วยการเข้าชมการแสดง โอเปร่าเต็มเรื่องครั้งแรกในเมืองไทย ที่แสดงโดยนักแสดงชาวไทยล้วน
“เล่ห์รักพรานป่า - Der Freischutz” ในรูปแบบการแสดงเฉพาะตัว
ที่ท่านจะสนุกสนานกับเนื้อเรื่องได้อย่างเต็ม ความหมายด้วยบทเจรจาภาษาไทย
และเต็มอิ่มกับบทเพลงไพเราะที่ร้องเป็นภาษาเยอรมันซึ่ง รังสรรค์โดยคีตกวีคนสำคัญของเยอรมัน

ร้องนำโดย
เยาวภา ห้อยสังวาล : อากาเธ
ศิริชัย เจริญกิจธนกุล : มักซ
โซฟี ธนะปุระ : แอนเชิน
วุฒิพันธ์ พงษ์ธนเลิศ : คาสปาร
ปิยะวัฒน์ ปันทนา : คิลิอาน และ แอร์มิต

นักร้องรับเชิญ
สันติ ลุนเผ่ : เจ้าชายอ๊อตโตคาร์
กิตติคุณ สดประเสริฐ : คูโน

22 - 23 มีนาคม 2549
หอประชุมศรีบูรพา (หอเล็ก)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
สถานที่จำหน่ายบัตร
- ไทยทิกเก็ตมาสเตอร์ทุกสาขา (0 2262 3456)
- โรงแรมโซฟิเทล สีลม (0 2238 1991)
- ร้านน้อง ท่าพระจันทร์ (0 2221 4421)

ส่วนลดพิเศษ
- สำหรับผู้อ่านนิตยสารคอสโมโพลิแทน เพียงโชว์ชิ้นส่วนข่าวประชาสัมพันธ์
กิจกรรมนี้จากนิตยสารคอสโมโพลิแทน รับส่วนลด 20% ของราคาบัตรทันที
(เฉพาะที่จุดจำหน่ายไทยทิกเก็ตมาสเตอร์)
To Celebrate H.M The King 's 60th Anniversary
วันที่ :5 เมษายน 2549
สถานที่ :The Church of Christ in Thailand
รายละเอียด :
Concert Announcement
To Celebrate H.M The King 's 60th Anniversary Of His Ascension To The Throne

On Wednesday, April 5th, 2006 8.00 pm at CCT Auditorium
on 328 Phyathai Road in The Church of Christ in Thailand Foundation
on 6th Floor near Ratchathevi BTS Station.

D&M Music Studio in association with Robinson Piano
present a celebration concert for Mozart's 250th Birthday
featuring an internationally known pianist BORIS KRALJEVIC
in a world class piano Recital. Boris Kraljevic was born in Serbia and Montenegro.
He graduated in 1993 at the State Conservatory "Tchaikovsky" in Moscow,
(Russia), in the class of distinguished professor Lev Naumov.
In class of prof. Lev Naumov he completed his postgraduate studies
(Master of Arts) in 1995. His performance appearances in Europe,
Canada, USA and Asia, Boris Kraljevic conducts master classes
and lectures at universities and conservatories throughout the world
and he is often on the jury panel at prestigious international piano competitions.
He is Associate Professor at the Music Academy in Sarajevo
(Bosnia and Herzegovina), and visiting professor
at Academy of Fine Arts in Belgrade (Serbia).
He has performed and made recordings for radio and television centers
throughout former Yugoslavia. He was a 1st Prize winner
of several national competitions in Yugoslavia and 1st prize
winner of International competition in Udine (Italy).

Boris Kraljevic has performed with Russian Symphony Orchestra
in Moscow, Symphony Orchestra of the National Conservatory CNR
Cergy-Pontoise in Paris, with Sarajevo Philharmony,
with Cairo Symphony Orchestra, Symphony and Chamber Orchestra
of Radio-Television Montenegro, Macedonian Philharmon y,
String Orchestra from Detmold (Germany), Nis Symphony Orchestra (Serbia),
Kharkov Symphon y Orchestra (Ukraine), with orchestras "Leopolis strings" (Ukraine),
"Arte" from Belgrade, Russian State Quartet "GLINKA",
Quartet "AXONE" (France). He has performed on tour with distinguished
flutist Janos Balint from Hungary, cellist Marina Tarasova from Russia
and saxophonist Claude Delangle from France. .
His students are the prize winners of many prestigious international
piano competitions held in Europe and in the United States of America
such as Gina Bachauer International Piano Competition,
Eastman Young Artist Piano Competition, In the 2005-2006
concert season, Boris Kraljevic will perform recitals and concerts
with Symphony Orchestras in Sweden, Slovakia, Spain, Singapore,
Malaysia, USA, Egypt, Brazil, Italy, Belgium, Russia...
Boris Kraljevic is laureate of highest state's awards for the exceptional
contribution and successful achievements in the field of culture.

Programme

W.A Mozart: Adagio in B Minor KV 540
W.A Mozart: Sonate in C Major KV 545
W.A Mozart: Fantasie in C Minor KV 475
W.A Mozart: Sonata in C Minor KV 457

The tickets are priced at 800 baht 500 and 250 baht for students
available for advance booking at available at
D&M Music Studio Tel: 02-718-7300 or 02-718-7129
or Robinson Piano Showroom ( 3rd floor Siam Center) Tel: 02-658-1080-1
and "The Harp Shop" at the Miracle Mall (Sukhumvit 41)
Tel: 02-261-6769.
For more information Please call Khun Mongkol 01-682-8000
PAT METHENY TRIO
วันที่ :18 มีนาคม 2549
สถานที่ :ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว
รายละเอียด :
http://www.amithailand.com
AMI BANGKOK SHOWCASE SERIES 2006
เอ เอ็ม ไอ อีเว้นส์ ภูมิใจเสนอ แพท แมททีนี ทริโอ
ร่วมด้วย คริสเตียน แมคไบรด และอันโตนิโอ ซานเชส

แพท แมททีนี ศิลปินตำนานกีตาร์แจ๊ส
เจ้าของรางวัลแกรมมี่อวอร์ด 16 ครั้ง

วันที่แสดง: วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2549 เวลา 19.30 น.
สถานที่ : ณ. ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์
(ชั้น 5 เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว โซนดี)

บัตรราคา: 1250, 2000, 2750 และ 3500 บาท
จำหน่ายที่: บูธไทยทิกเก็ตมาสเตอร์ ทุกสาขา
โทร: 0-2262 3456
เสนอโดย เอ เอ็ม ไอ อีเว้นส์
สนับสนุนโดย ยูบีซี - 98.5 บรีซ เอฟ เอ็ม
หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และ
โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซ่า

แพท แมททีนี
จุดเด่นของดนตรีที่สร้างสรรค์โดยแพท แมททีนี คือ เขาเป็นผู้บุกเบิกการเล่นกีต้าร์แจ๊ส
ผ่านเสียงซินธีไซเซอร์ สร้างมิติใหม่ ให้กับวงการดนตรีแจ๊ส
นอกจากนั้น ดนตรี ของแพท แมททีนี ยังมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่หลากหลาย
ไม่ยึดติดกับแนวใดแนวหนึ่ง เพราะนอกจากจะเล่นกีต้าร์ผ่านเสียงซินธีไซเซอร์แล้ว
เขาก็ยั งเล่นในแนวอะคูสติคด้วย และไม่ว่า จะเล่นแบบใด
ดนตรีของเขาคงเป็นที่ชื่นชอบของนักฟังเพลงที่รัก เพลงแจ๊สตลอดมา

แพท แมททีนี เกิดที่แคนซัสซิตี้ เมื่อ 12 สิงหาคม 1954
ในครอบครัวดนตรี เริ่มเล่นทรัมเปตเมื่ออายุ 8 ปี เมื่ออายุ 12
เขาหันมาเล่นกีต้าร์เมื่ออายุ 15 ปี เขาได้มีโอกาสร่วมงานกับนักดนตรีแจ๊ส ที่ดี ที่สุด
ในเมืองแคนซัส และได้ ทำงานตรงนี้สม่ำเสมอ ทำให้ได้รับประสบการณ์
อันมีค่าในการเล่นในวงดนตรีระดับอาชีพ แม้ว่าจะ มีอายุที่น้อยมาก
ชื่อของแพท แมทที นี ได้ปรากฏในโลกดนตรีแจ๊สระดับสากลในปี 1974
จากการศึกษาไวบราโฟนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสามปีกับแกรีเบอร์ตันผู้ยิ่งใหญ่
หนุ่มน้อยผู้เป็นชาวมิซูรี่โดยกำเนิด ได้แสดง ให้เห็นถึงแนวการเล่นดนตรี
ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งผสมผสานความเลื่อนไหล
กับความความยืดหยุ่นของระดับเสียง
ซึ่งปกติเป็นเสียงที่ใช้ในการเล่นแตร ร่วมกับจั งหวะที่ก้าวหน้า
และการสอดประสานที่กลมกลืน วิธีการเล่น และความสดใหม่
จากเอกลักษณ์ของแพท เป็นความทันสมัย แต่มีรากฐานหยั่งลึก
ในขนบธรรมเนียมของดนตรีแจ๊ส สวิง และบลูส์ พร้อมๆ
กับการออกอัลบั้มแผ่นแรกของเขา คือ Bright Size Life (1975),
จากการทำงานในฐานะนักดนตรีอาชีพ แพท แมททีนีได้ดัดแปลงการเล่นกีต้าร์แจ๊ส
แบบดั้งเดิมให้เกิดแนวกีต้าร์แจ๊สแนวใหม่โดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
และการทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทำให้เกิดพัฒนาการใน
ด้านการแสดงสดและศักยภาพในด้านเสียงของเครื่องดนตรีของเขา
ความสามารถในทางดนตรีหลากหลาย ทำให้แพท แมททีนี
เกือบจะไม่มีคู่แข่งในเครื่องดนตรีชนิดใดๆ หลายปีที่เขาแสดง
ร่วมกับศิลปินหลายแขนง จาก สตีฟ ไรช์ ถึง ออร์เมตต์ โคลแมน
ถึง เฮอร์บี้ แฮนค็อค ถึง จิม ฮอลล์ ถึง มิลตัน แนสซิเมนโต ถึง เดวิด โบวี
เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเขียนเพลงร่วมกับนักคีย์บอร์ดไลลี เมย์
นานมากกว่ายี่สิบปี-การทำงานร่วมกันที่ได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็นเสมือน
เลนนอน/แมคคาร์ตนีย์ และ เอลลิ งตัน/สเตรย์ฮอร์น
โครงสร้างของงานของแพท ประกอบด้วยบทประพันธ์เพลง
สำหรับกีต้าร์โซโล เพลงชุด เพลงสำหรับเครื่องดนตรี ไฟฟ้า
เพลงสำหรับเครื่องดนตรีไม่ใช้ไฟฟ้า เพลงสำหรั บออเคสตร้า
เพลงสำหรับบัลเล่ต์ พร้อมเพลงชุดจากดนตรีแจ๊ สแนวใหม่
ไปจนถึงดนตรีร๊อคและคลาสสิค ในขณะที่ประสบความสำเร็จ
ในฐานะนักดนตรี แพท แมททีนีได้มี ส่วนร่วมในแวดวงวิชาการด้วย
ในฐานะนักการศึกษาทางดนตรี เมื่ออายุ 18 ปี
เขาเป็นครูสอนดนตรีที่อายุน้อยที่สุดที่เคยมี ที่ มหาวิทยาลัยไมอามี
เมื่ออายุ 19 ปี เขาเป็นครูสอนดนตรีที่อายุน้อย ที่สุดที่วิทยาลัยดนตรีเบอร์คลี
ที่ซึ่งมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้แก่เขาหลังจากประมาณ 20 ปี (1996)
เขาสอนวิชาปฏิบัติการทางดนตรี (Music Workshop)
ตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วโลก ตั้ งแต่ The Dutch Royal Conservatory,
The Thelonius Monk Institute Of Jazz และสถาบันดนตรีต่างๆ
ในเอเซีย และอเมริกาใต้ นอกจากนี้ แพท แมททีนี
ยังเป็นผู้บุกเบิกทางดนตรีในแนวเพลง ที่ใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้า
เขาเป็นนักดนตรีแจ๊ สรุ่นแรกที่ใช้เครื่องซินทีไซเซอร์
เป็นเครื่องดนตรีหลัก หลายปีก่อนหน้าการประดิษฐ์เทคโนโลยี Midi
มาทีนีได้ใช้ Synclavier เป็นเครื่องมือในการแต่งเพลง
อีกทั้งยังเป็นผู้พัฒนากีต้าร์ชนิดใหม่ๆ ออกมาอีก 2-3 ชนิด เช่น
Soprano Acoustic Guitar, 42 String Pikasso Guitar,
Ibanezs Pm-100 Jazz Guitar และเครื่องดนตรีอื่นๆ อีกหลายชนิด

แพท แมทที นีจะได้ รับความนิยมจากผู้ฟังแล้ว
เขายังได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์และเพื่อนร่วมอาชีพอีกด้วย
แพท แมททีนี ได้รับเลือกจากโพลให้เป็นนักกีต้าร์แจ๊สที่ดีที่สุด
และได้รับรางวัลจากแผ่นเสียงทองคำ 3 แผ่น จาก (Still Life) Talking, Letter From Home
และ Secret Story เขาได้รับรางวั ลแกรมมี 16 ครั้ง โดยกระจายไปในหลายสาขา
นับตั้ งแต่ Best Rock Instrumental, Best Comtemporary Jazz Recording,
Best Jazz Instrument Solo, Best Instrumental Composition

วงดนตรีแพท แมททีนีได้ รับรางวัลแกรมมีติดต่อกันถึง เจ็ดครั้ง
สำหรับอัลบั้มเจ็ดชุดที่ออกต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ ปี 1974
แพท มาทีนี ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปในการตระเวณทัวร์ ประมาณ 120-240 ครั้งต่อปี
ปัจจุบัน เขายังคงเป็นดาวเด่นที่ ส่องแสงสกาวสุกใส ที่ สุดในโลกดนตรีแจ๊ส
ผู้ทุ่มเทเวลาให้กับทั้งโครงการส่วนตัวและให้กับศิ ลปินรุ่นใหม่ๆ
รวมถึงศิลปินที่มีประสบการณ์และได้รับการยอมรับแล้ว ให้ได้เข้าถึงผู้ฟัง
เช่นเดียวกับเข้าถึงความเป็นศิ ลปะจากภายในตัวของ พวกเขาเอง.
THE BEST OF MARTIN TAYLOR
วันที่ :1 พฤศจิกายน 2548
สถานที่ :ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายละเอียด :
สเต็ดเล่อร์ ภูมิใจเสนอ สุดยอดนักกีตาร์แจ๊สจากประเทศยุโรป
เจ้าของรางวัล The British Jazz Award 11 ครั้ง
มาร์ติน เทย์เลอร์ <ทรีโอ>
นำโดย มาร์ติน เทย์เลอร์ - กีตาร์
ร่วมด้วย เทอร์รี เกรกอรี - เบส และ เจมส์ เทย์เลอร์ - กลอง
กับการแสดง THE BEST OF MARTIN TAYLOR

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 เวลา 20:00 น.
ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
บัตรราคา ุ 600, 1,300, 1,600 และ 2,000 บาท
ที่ไทยทิกเกตมาสเตอร์ ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่หมายเลข 0 2262 3456

เสนอโดย สเต็ดเล่อร์
ผลิตโดย เอ เอ็ม ไอ อีเว้นทส์ และ ยูบีซี
สนับสนุนโดย การบินไทย-98.5 บรีซ เอฟ เอ็ม และหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณมนัสนันทน์ หมายเลข 0 2662 1836
www.amievents.info

มาร์ติน เทย์เลอร์ - กีตาร์
สัมผัสแห่งอัจฉริยะภาพในการเล่นกีตาร์ของมาร์ติน เทย์เลอร์ - นิตยสาร Classical Guitar

มาร์ติน เทย์เลอร์ นักกีตาร์ผู้มากความสามารถ ได้ก้าวเข้ามาสู่ความโดดเด่น
ในช่วงปลาย 70 จากการร่วมงานกับสเตฟาน กราพเพลลี นักไวโอลินระดับตำนาน
ปัจจุบันมาร์ติน เทย์เลอร์ ได้ตระเวณเปิดการแสดงสดชนิดที่กระชากหัวใจ
ของผู้ชมในประเทศต่าง ๆ มาแล้วทั่วโลก

มาร์ตินเริ่มหัดเล่นดนตรีเมื่ออายุ 4 ขวบ จากการที่คุณพ่อของเขา
บัค เทย์เลอร์ นักดนตรีเบส ได้ให้กีตาร์ตัวเล็กๆ เป็นของขวัญแก่มาร์ติน
เขาจึงหัดเล่นกีตาร์ด้วยตนเองนับตั้งแต่นั้น โดยฟังแผ่นเสียงที่
คุณพ่อของเขาเป็นผู้เล่น และ พยายามเล่นตาม เจ็ดปีต่อมา
เมื่อมีอายุได้ 11 ปี มาร์ตินเล่นกีตาร์ร่วมกับ วงดนตรีท้องถิ่น
และได้รับการยกย่องชื่นชมจากนักดนตรีมืออาชีพ ซึ่งตื่่นตะลึง
ที่ได้ยินฝีมือของมาร์ติน จนกระทั่งเรียกเด็กน้อยว่า “พ่อมดแห่งกีตาร์์”

ถึงแม้ว่าจะได้รับแรงบันดาลใจจาก แดงโก ไรน์ฮาร์ด
นักกีตาร์ยิบซี แต่ผู้้ที่ผลักดันให้มาร์ติน เทเลอร์์ มีสไตล์การเล่นของตนเอง
และพัฒนาไปสู่ความเป็นนักกีตาร์โซโล คือนักเปียโน อาร์ต ทาทัม และบิล เอแวนส์

ปี ค.ศ. 1978 มาร์ตินมีอัลบั้มแรกของตนเอง ชื่อ Taylor Made
ในปีต่อมา สเตฟาน กราพเพลลี ได้ขอให้มาร์ตินมาร่วมเล่นในการแสดง
คอนเสิร์ตที่ประเทศฝรั่งเศสหลังจากคอนเสิรต์ที่ประทศฝรั่งเศสไม่นาน
มาร์ตินได้ร่วมเล่นกับกราพเพลลีในทัวร์การแสดงแถบชายฝั่งทะเล
ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงที่ คาร์เนกี้ ฮออล์ นิวยอรค์
และที่ ฮอลลีวู้ด โบลว์ การทัวร์นั้นก็คือการเริ่มต้นการทำงานร่วมกัน
ของนักดนตรีทั้งสอง ในอีกสิบเอ็ดปีต่อมา เขาทั้งสองได้ร่วมกัน
ทัวร์การแสดงในต่างประเทศอีกหลายครั้ง มีอัลบั้มออกตามมาอีก
กว่า 20 อัลบั้ม รวมถึงการบันทึกเสียงร่วมกับเนลสัน ริดเดิล, มิเชล ลีแกรนด์,
เยฮูดี เมนูฮิน, เพ็กกี ลี และร่วม ทำซาวด์แทรคภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง
รวมถึงหนังของ หลุยมอลเล Milou en Mai และ Dirty Rotten Scoundrels
ที่นำแสดงโดย สตีฟ มาร์ติน และเซอร์ไมเคิล เคนพร้อมกับการทำงาน
ร่วมกับกราพเพลลี มาร์ตินก็ได้ทำงานของตนเองในฐานะศิลปินเดี่ยว
และได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในสหรัฐฯ กับผลงานที่อัดเสียง
ในลอส เองเจลิส อัลบั้มชื่อ Sarabanda

ปี ค.ศ. 1993 มาร์ติน เทย์เลอร์ ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวกับบริษัทลินน์ เรคคอร์ต
ชื่อ Artistry ซึ่งได้รับความนิยมขึ้นอันดับหนื่ง ใน HMV Charts
นานถึง 6 สัปดาห์ ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็น นักกีตาร์อคูสติค
ยอดนิยมที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ

ปีต่อมา เขาได้ตั้งวงชื่อ Spirit of Django อัลบั้มแผ่นแรก
รวมถึงเวอร์ชั่น Robert Palmer’s Johny and Mary ซึ่งใช้ในโฆษณาทีวี
ที่มีชื่อเสียงร่วมกับ Nicole-Papa สำหรับ Renalul Clio

ปี 1999 มาร์ติน เทย์เลอร์ เซ็นสัญญากกับบริษัทโซนี มิวสิค
ได้ทำอัลบั้มสองชุด ที่ได้รับการวิจารณ์ อย่างสูง ได้แก่
Kiss And Tell และ Nitelife ซึึ่งอัลบั้มทั้งสองนี้ได้แสดงให้เห็นถึง
ความสามารถหลากหลายของมาร์ติน ทั้งในฐานะนักกีตาร์ และนักแด่งเพลง

นอกจากนี้ มาร์ติน ยังได้ร่วมงานกับนักดนตรีต่างแนวกันหลายคน
เช่น เชท แอทกินส์, จอร์ช แฮริสัน อีริค แคลบตัน, คริส เรีย, บิล ไวแมน,
ดิออน วอร์วิค, ลิซา มินเนลี, ซาซา ดิสเตล และ ไบรอัน เทอร์เฟล

มาร์ตินเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมมากในประเทศญี่ปุ่น
เขาได้ทำงานร่วมกับโนโบยา ซูกาวา นักแซกโซโฟน คลาสสิค
แต่งเพลงให้กับละครทีวีที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ NHK
เรื่อง Sakura ในแต่ละวันมีผู้ชมละครเรื่องนี้กว่า 26 ล้านคน

ปี ค.ศ. 1998 มาร์ตินได้จัดงาน The Kirkmichael
International Guitar Festival ที่เมืองบ้านเกิด ของเขาใน
Scotland ซึ่งได้กลายเป็นงานเกี่ยวกับกีตาร์ที่ใหญ่ที่สุด มีเกียรติภูมิสูงสุด
งานหนึ่งของโลก นอกจากนี้ มาร์ตินยังได้ทำหลักสูตรสำหรับโรงเรียน
ซึ่่งส่งเสริมการสอนกีตาร์ในโรงเรียนประถม มาร์ตินได้ใช้เงินที่หามาได้
จากงานของเขาเพื่อเป็นทุนในการซื้อกีตาร์และค่าลงทะเบียน
สำหรับเด็กนักเรียนหลายร้อยคนทั่วทั้งตะวันตกเฉียงใต้ของสก๊อตแลนด์

มาร์ตินได้รับรางวัลและเกียรติยศชื่อเสียงอย่างมากมายปีแล้วปีเล่า
รวมถึง The Freedom of the City of London, the gold Badge of Merit
จาก The British Academy of Composers and songwriters
และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัย Paisley ในสก๊อตแลนด์

ปี ค.ศ. 2002 มาร์ตินได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
Member of the Order of the British Empire (MBE)
ในฐานะที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศอังกฤษทางด้านดนตรี
เนื่องในวโรกาสวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธ
และได้รับรางวัลเป็นการส่วนพระองค์จากสมเด็จ พระราชินี ฯ
ที่พระราชวังบัคกิงแฮม

อัตโนประวัติสำหรับ Sanctuary ตีพิมพ์ใน Kiss and Tell
เผยแพร่ไปทั่วโลก คำนิยาม
นักกีตาร์อคูสติคแห่งยุคสมัย - นิตยสาร Acoustic Guitar
นักกีตาร์ผู้ยิ่งใหญ่ - สเตฟาน กราพเพลลี
นักกีตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของยุโรป - Jazz Time New York
เป็นแรงบันดาลใจและน่าตื่นใจอย่างที่สุด - แพท แมธธินี

เทอร์รี เกรกอรี - เบส
เทอร์รี สนุกกับงานดนตรีหลายรูปแบบ นับตั้งแต่เป็นนักดนตรีประจำวง
และเป็นนักดนตรีที่เล่นเครื่องดนตรีได้หลายอย่าง (Instrumentalist)
และเป็นนักวิชาการทางด้านดนตรี อีกทั้งมีผลงานร่วมกับ Helen Shapiro,
Harold Melvin & the Blue Notes, Jimmy Raffin, Eartha Kitt,
Iris Williams, The Drifters, Five Stars, The Supreme & Billy Paul
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมงานกับนักกีตาร์ร็อค Steve Hackett
แห่งวง Geneis ได้บันทึกเสียงและตระเวณแสดงทัวร์ไปทั่วประเทศอังกฤษ
ยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ อเมริกาใต้

เทอร์รี ได้ร่วมบันทึกเสียงกับมาร์ติน เทย์เลอร์ ในอัลบั้มชุด
Spirit of Django ถือได้ว่าเป็นผลงานยอดเยี่ยมในชีวิต เพราะอัลบั้มชุดนี้
ทำให้คณะนักดนตรีกลุ่มนี้้ได้รับการโหวตให้เป็นนักดนตรีแจ๊สยอดเยี่ยม
แห่งปี 1999 จาก BT British Jazz Awards ปัจจุบัน เทอร์รี
เป็นหนึ่่งในวงดนตรี Trio ของมาร์ติน เทย์เลอร์ และแสดงในรายการ
The Hit London West End Show, Mamma Mia! ตลอดจน
รายการอื่นๆ ของ West End Production รวมถึง Blood Brothers,
Jesus Christ Superstar, Bugsy Marlone และ Sweet Charity

ในฐานะที่เป็นนักวิชาการที่มีความกระตือรือล้น
เทอร์รี่เป็นครูสอนเบส ใน London College of Music,
Thames Valley University และ The Colchester Institute
นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง ของสถาบัน Basstech
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Power House Music School
นอกจาก เทอร์รี่ จะเป็นครูสอนเล่นดนตรีแล้ว เขายังได้ร่างหลักสูตร
สำหรับหลายวิชาที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เช่น วัฒนธรรมดนตรีป๊อปของอังกฤษ

งานเขียนที่เป็นเครดิตของเทอร์รี่ รวมถึง แทรคทั้งสี่ สำหรับ
ซีดีที่ออกวางตลาดล่าสุดได้แก่
Noise from the black Stuff (four Corners)

เจมส์ เทย์เลอร์ - กลอง
เจมส์ เทย์เลอร์ เป็นหนึ่่งในมือกลองและเพอร์คัสชันที่
ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศอังกฤษ
งานดนตรีแจ๊สของเขาได้แก่งานบันทึกเสียงร่วมกับนักร้องเพลงแจ๊ส
ระดับรางวัล แคลร์ มาร์ตินและนักไวโอลิน ระดับตำนาน
อย่าง สเตฟาน กราพเพลลี

ปี 1995 เขาได้ร่วมงานกับคุณพ่อของเขา ซึ่งก็คือ มาร์ติน เทย์เลอร์
ในวง Martin Taylor’s Group สำหรับอัลบั้ม Spirit of Django
ซึ่งต่อมาวงดนตรีก็ได้รับรางวัล Jazz Group of the Year
จาก British Jazz Awards ในปี 1996 ในขณะเดียวกันที่อัลบั้ม
ได้ขึ้นสู่อันดับ 1 ของ US Jazz Charts

นอกเหนือจากงานดนตรีแจ๊ส เจมส์ เทย์เลอร์ ได้ร่วมงานกับ
The Edinburgh University Chamber Orchestra,
The Scottish Fiddle Orchestra และ John Lodge
นักกีตาร์เบสชื่อดังแห่งวง The Moody Blues ซึ่งได้ขายอัลบั้ม
ได้มากกว่า 55 ล้านแผ่นทั่วโลก เจมส์เคยไปเปิดการแสดงทัวร์
ที่สแกนดิเนเวีย, อิตาลี, ไอร์แลนด์, สเปน, ปอร์ตุเกส และศรีลังกา
เช่นเดียวกับการเปิดการแสดงในงานดนตรีแจ๊ส ในเอดินเบอระ
บรีคอน, ลอนดอน และกลาสโกลว์

เกียรติยศและรางวัลของมาร์ติน เทย์เลอร์
1985 - The Music Retailers Association Award for Excellence

1987 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1987 - Grammy Nominations - Best Country Instrumental
"Together at Last Grappelli - Clements"

1988 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1989 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1990 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1991 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1993 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1995 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1997 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1997 - The British Jazz Award - Best Small Group 'Spirit of Django'

1998 - The Freedom of The City of London

1999 - The British Jazz Award - Best Guitarist

1999 - British Academy of Composers & Songwriters 'Gold Badge of Merit'

1999 - Honorary Doctorate University of Paisley, Scotland

2001 - The British Jazz Award - Best Guitarist

2002 - Member of the Order of the British Empire (MBE)
awarded by HM The Queen for "Services to Jazz Music"

2002 - International Guitar Foundation - Best Album "Solo"

2003 - Pioneer to the Life of the Nation - awarded by HM The Queen

DISCOGRAPHY
MARTIN TAYLOR MBE
This is a complete list of every recording Martin Taylor
has played on as leader, co-leader, guest, or featured soloist.
It also includes all known compilation CD’s.

TAYLOR MADE
Martin Taylor (gtr) Peter Ind (bs) John Richardson (dms)
Recorded London, England 1978 Wave Records
AFTER HOURS
Ike Isaacs & Martin Taylor (guitar duets)
Recorded London, England, 1979 (Deleted)

TRIPLE LIBRA
Martin Taylor (gtr) Peter Ind (bs)
Recorded London, England 1979
Wave Records

SKYEBOAT Concord
Martin Taylor (gtr) Peter Ind (bs) Jimmie
Smith (dms)
Recorded San Francisco, USA 1980 (CJ-184)

STRICTLY FOR THE BIRDS
Yehudi Menuhin & Stephane Grappelli
Recorded Abbey Road Studios, London, England 1980
EMI (EMD5533)

WE’VE GOT THE WORLD ON A STRING
Martin Taylor (gtr) Stephane Grappelli (vln) Duo
Recorded Abbey Road Studios, London, England 1980
EMI (EMD5540)

AT THE WINERY
Stephane Grappelli featuring Martin Taylor
Recorded Live at Paul Masson Winery California, USA, 1980
Concord (CJ-139)

VINTAGE 1981
Stephane Grappelli featuring Martin Taylor
Recorded San Francisco, USA, 1981
Concord (DJ-169)

TOP HAT
Nelson Riddle, Stephane Grappelli, Yehudi Menuhin
Recorded Abbey Road Studios, London, England,1981
EMI (EMD553)

ON THE ROAD AGAIN
Teresa Brewer & Stephane Grappelli, featuring Martin Taylor
Recorded San Francisco, USA, 1981 Doctor Jazz Records

DAWG JAZZ / DAWG GRASS
David Grisman Quintet featuring Stephane
Grappelli, Earl Scruggs,
Martin Taylor & Bela Fleck
Recorded California, USA, 1982
Warner Brothers (23804-1)

LONDON REPRISE
Spike Robinson Quintet Featuring Martin Taylor
Recorded London, England, 1984
Capri Records

GROOVIN’ HEP Records
Buddy De Franco / Martin Taylor Quintet
Recorded London, England, 1984 (HEP2030)

BRINGING IT TOGETHER
Stephane Grappelli, Toots Theilmanns, Martin Taylor
Recorded San Francisco, USA, 1984
Symekob Records (CYK801-2)

TOGETHER AT LAST
Stephane Grappelli, Vassar Clements, Martin Taylor
Recorded Nashville, USA, 1984
Flying Fish Records (FF70421)

SKETCHES: A TRIBUTE TO ART TATUM
Martin Taylor (solo guitar)
Recorded Edinburgh, Scotland, 1984
Re- released on P3 Music 2001
P3 Music (P3M001)

ACOUSTIC DUETS
Martin Taylor & Louis Stewart (gtrs)
Recorded Dublin, Ireland 1984
Jardis Records Germany (JTCD9613)

DAVID GRISMAN’S ACOUSTIC CHRISTMAS
Featuring Martin Taylor & Stephane Grappelli
Recorded Berkley, California. 1986
Rounder Records (CD0190)

INNOVATIONS
John Dankworth and the London Symphony
Orchestra Featuring Martin Taylor & Peter King (sx)
Recorded London, England, 1986
MUSICAL THEATRE
วันที่ :30 ตุลาคม 2548
สถานที่ :Sofitel Silom, Bangkok
รายละเอียด :
เพลินเพลงประทับใจจากละครเพลงดัง
ขับร้องโดยคณะนักร้อง เดอะ เมโทรโพลิแทน โอเปร่า ออฟ แบงคอก

เจ็ดนักร้องนำแห่ง เดอะ เมโทรโพลิแทน โอเปร่า ออฟ แบงคอก
จะนำท่านไปสู่มายาแห่งเสียงเพลง ด้วยบทเพลงประทับใจ
จากละครเพลงโด่งดังที่ได้รับความนิยมจากอดีตจนถึงปัจุจบัน
ณ ห้องอาหารจีนเซี่ยงไฮ้ โรงแรม โซฟิเทล สีลม ใน
วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม ศกนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

เพลินกับท่วงทำนองจากละครเพลงดังที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ
อาทิ เดอะ แฟนทอม ออฟ ดิ โอเปร่า, โจเซฟ แอนด์ ดิ อเมซซิ่ง
เทคนิคคัลเลอร์ ดรีมโค้ท ไปจนถึงเพลงจาก เวสต์ ไซด์ สตอรี่, เลส์ มิสเซอราบส์
และ เดอะ คิง แอนด์ ไอ ในยุคต้นบรอดเวย์

สอบถามรายละเอียด และสำรองที่นั่งได้ที่ เคาน์เตอร์แผนกต้อนรับส่วนหน้า
โรงแรมโซฟิเทล สีลม โทร. 0 2238 1991
และร้านเอเชีย บุ๊คส์ สาขาสุขุมวิท โทร. 02651 0428-9
บัตรราคา 550 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และ 350 บาท สำหรับเด็ก
พร้อมส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรแอดแวนเทจ พลัส ราคานี้รวมของว่าง
ชา/กาแฟ และไวน์ 1 แก้ว (ของว่างเสิร์ฟเวลา 16.30 น.)
พร้อมรับส่วนลด 10% เมื่อใช้บริการห้องอาหารภายในโรงแรมฯ ในคืนที่จัดการแสดง

IBYCUS PRESENTS MUSICAL THEATRE
BY THE METROPOLITAN OPERA OF BANGKOK

Seven soloists of the Metropolitan Opera of Bangkok
have decided to bring alive a varied program of favorite
Musical Theater pieces at Shanghai Chinese Restaurant,
Sofitel Silom, Bangkok on Sunday 30 October, 2005 from 5.00 p.m. onwards.

Enjoy the Musical Theater pieces such as popular excerpts
from Webber’s The Phantom of the Opera, Joseph and
The Amazing Technicolor Dreamcoat reaching back to
pieces from West Side Story, Les Miserables and the King and I,
the earlier period of Broadway.

Concert tickets at Baht 550 for adults
and Baht 350 for students and children
(Additional discount exclusively for Advantage Plus Members only)
are available at the reception counter of Sofitel Silom Bangkok
tel. 0 2238 1991 and Asia Books, Sukhumvit branch tel. 0 2651 0428-9.

Pastries, coffee and tea are served at 4:30 p.m.
One glass of wine is included in the ticket price.
Concert tickets can also be used for 10% discount
at all restaurant outlets in the hotel on the night of the concert.
Darren Rahn
วันที่ :29 ตุลาคม 2548
สถานที่ :Retro Live Cafe'
รายละเอียด : Darren Rahn
นักแซ็กโซโฟนเจ้าของอัลบั้ม Once in A Lifetime งานดนตรี Smooth Jazz
ที่มีศิลปินแจ๊สชั้นนำอย่าง Dave Koz, Jeff Lorber และ Wayman Tisdale ร่วมบันทึกเสียง

Darren Rahn จะมาเปิดคอนเสิร์ทครั้งแรกในเมืองไทย
ร่วมกับวง "แม้นศรีlite" (เฉพาะกิจ) และ Super Sax(ห้าหนุ่มแซ็กโซโฟน บรรเลงร่วมกับเบส)
วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2548 เวลา 19.00น.
Retro Live Cafe' ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
บัตรราคา 200 บาท นักศึกษา(แสดงบัตรหน้างา) 100 บาท

สอบถามรายละเอียดและสำรองบัตรได้ที่ นิตยสาร Jazz Seen
โทร. 0-2559-0168-9, 0-2934-8355
Thailand Jazz Competition (รอบรองชนะเลิศ)
วันที่ :8 พฤศจิกายน 2548
สถานที่ :ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ( หอประชุมเล็ก )
รายละเอียด : Thailand Jazz Competition
ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 1
จัดโดยคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับนิตยสาร Jazz Seen
แบ่งการประกวดเป็น 2 รุ่น คือ รุ่น Junior (นิสิต นักศึกษา) และ รุ่น Open ( บุคคลทั่วไป )
ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กำหนดจัดประกวดรอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 8 – 9 พฤศจิกายน 2548
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ( หอประชุมเล็ก ) เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป
และรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 14 ธันวาคม 2548
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ( โรงละครกลางแจ้ง )
ผู้สนใจเข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-424-5505
หรือที่ www.music.su.ac.th

การประกวดรุ่น Junior
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2548 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ( หอประชุมเล็ก )

วงที่เข้ารอบ จำนวน 9 วง

วง New Catz
วง Two – Five – 0h !!
วง 101.1
วง วง สมหมาย อะคาเดมี
วง Totaro
วง The Gang
วง Masterpiece
วง Super Band
วง UnPsudo

การประกวดรุ่น Open
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ( หอประชุมเล็ก )

วงที่เข้ารอบ จำนวน 9 วง

วง Prince Manage
วง Jazz Avenue
วง After Touch
วง A 440
วง Dep – 5
วง Almost There
วง เด็กแนว
วง อู๊ด มาร์กาเร็ต
วง Thin Fat Cats
Classic Meets Jazz # 3
วันที่ :14 พฤศจิกายน 2548
สถานที่ :ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายละเอียด : Classic Meets Jazz # 3
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2548 เชิญพบกับดนตรี Classic
นำเสนอผลงานของคีตกวี อาทิ Brahms Rachmaninoff ,Dvorak ,
Mozart , Gershwin นักดนตรี อาทิ ทัศนา นาควัชระ , จามร ศุภผล ,
ดำริห์ บรรณวิทยกิจ เอกราช เจริญนิตย์ , ดุษฎี พนมยงค์ ( บุญทัศนกุล ) ,
สุดา พนมยงค์ และนักดนตรีแจ๊สรับเชิญ นุ วุฒิวิชัย และ วุฒิชัย เลิศสถากิจ
และขอเชิญร่วมรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
( หอประชุมเล็ก ) เวลา 19.45 น.

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2548 เชิญพบกับดนตรี Jazz
นำเสนอผลงานของ Cole Porter , George Gershwin , Charlie Parker ,
Eric Blau , Mort Shuman และผลงานสร้างสรรค์ของกลุ่มคณาจารย์
นักดนตรี อาทิ นุ วุฒิวิชัย , กอล์ฟ ทีโบน , โดม หโยดม ,
วุฒิชัย เลิศสถากิจ ,พิสุทธิ ประทีปะเสน และ พลวิทย์ โอภาพันธุ์
พร้อมนักดนตรีคลาสสิกรับเชิญ ทัศนา นาควัชระ และ ดำริห์ บรรณวิทยกิจ
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ( หอประชุมเล็ก ) เวลา 20.00 น.

สำรองที่นั่ง และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คณะดุริยางคศาสตร์
โทร 02- 424-5458 และ 02-424-5505
หรือที่ www.music.su.ac.th
Adam Gyorgy
วันที่ :3 ธันวาคม 2548
สถานที่ :AUA
รายละเอียด :
D&M Music Studio with the cooperation of Embassy of Hungary
and Robinson Piano proudly present Steinway Artist,
Adam Gyorgy from Hungary to mark the 125th anniversary of Steinway & Sons Hamburg.
Born in 1982 Adam has shown his talent on several competitions,
He won the National Youth Piano Competition in 1998
and the 'Pianist 2000' award in Hungary.
In 2002 he reached the second Prize of the Piano Competition,
Triest, then with his outstanding Haydn interpretation
he got the”Vienna Classics Prize" (Wiener-Klassik-Preis)
in the capital of Austria.
Adam won the Special Prize at the San Remo International Piano Competition
in 2003 and all prizes ( First Prize, Grand Prize and Special Prize)
at The First International Chopin Piano Competition, Budapest in 2004.
He was at the age of four when he first sat to the piano.
A few years later he was attending the Zoltan Kodaly Music School
and later he was accepted to the Bela Bartok Conservatory
as a prodigy in 1994. studied with Katalin Halmagyi, piano teacher.
When Adam plays people often compare him to Liszt, as his hands
and fingers are very similar to Liszt’s and his virtuosity
and sensibility is also comparable to Liszt’s capabilities.
The CNN report, done for his American Tour 2004, called him the “ Rising Star”.

The evening programmes include works by
…F. Chopin: ballade in f minor. F. Liszt: II. Hungarian Rhapsody,
F. Mendelssohn- F. Liszt: Hochzeitmarsch und Elfenreigen
and Chopin Nocturne in c minor (Op. 48 Nr.)
On Saturday, December 3, 2005 at 8.00 pm
in the auditorium of AUA on Rajdamri Road.

Tickets are priced at 500 , 300 and 200 baht for student
available at at D&M Music Studio Tel: 02-718-7300
or Asia Books Sukhumvit Tel: 02-252-4373
and Robinson Piano Showroom (3rd floor Siam Center)Tel:02-658-1080-1and
“The Harp Shop” at the Miracle Mall (Sukumvit 41) Tel.02 261 6769
For more information or advance booking please call
Khun Mongkol at tel: 01-682-8000.

Part of the proceeds go towards Thai Faith and Music Foundation
Concert For World Peace
วันที่ :14 ตุลาคม 2505
สถานที่ :โรงละครแห่งชาติ
รายละเอียด : คอนเสิร์ตเพื่อสันติภาพโลกหรือ Concert For World Peace
เนื่องในโอกาสที่องค์การสหประชาชาติหรือ United Nations (UN)
ครบรอบ 60 ปี ในเดือนตุลาคม
ทางองค์การสหประชาชาติในประเทศไทย ร่วมกับกรมศิลปากร
จะจัดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศลในวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2548 เวลา 19.30 น.
ณ โรงละครแห่งชาติ บรรเลงโดยวง The National Symphony Orchestra
หรือวงดุริยางค์กรมศิลปากร
อำนวยเพลงโดย วาทยากรชาวไทย อ.วานิช โปตะวนิช
และเดี่ยวไวโอลินโดย อ.สิทธิชัย เพ็งเจริญ

รายการแสดงมีดังต่อไปนี้
Egmont Overture ผลงานการประพันธ์ของ L. Van Beethoven,
Symphony No.8 in B Minor ( Unfinished )
ผลงานการประพันธ์ของ Franz Schubert และ Violin Concerto No.1 in D
ผลงานการประพันธ์ของ Niccolo Paganini
ร่วมด้วยนักร้องรับเชิญ อ.ดวงดาว และ มงคล ชยสิริโสภณ
ในบทเพลงที่ไพเราะ ทั้งเดี่ยวและคู่

สำหรับการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแสดงคอนเสิร์ต มีดังนี้
800, 500, 300 และ 150 บาท สำหรับนักศึกษา
จำหน่ายบัตรที่ เอเชียบุ๊คส์ ถ.สุขุมวิท
โทร.02-252-4373
และโชว์รูมโรบินสันเปียโน ชั้น 3 สยามเซ็นเตอร์ โทร. 02-658-1080-1
หรือซื้อบัตรได้ที่หน้างาน
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร. 01-682-8000
THE MELBOURNE JAZZ ENSEMBLE
วันที่ :25 กันยายน 2505
สถานที่ :Novotel Bangkok Hotel
รายละเอียด : CHARITY JAZZ CONCERT
THE MELBOURNE JAZZ ENSEMBLE
Guest Appeearance From Bangkok GEL & RAWIWAN

PASTEL LOUNGE NOVOTEL BANGKOK On Siam Square
Sunday September 25 7.00 - 10.00 P.M.
Tickets 1,000 baht
Monies raised from ticket sales will be donated
to the Thai Red Cross Society's Save a Child's Life from AIDS Project
Thailand Jazz Competition
วันที่ :1 สิงหาคม 2548
สถานที่ :มหาวิทยาลัยศิลปากร
รายละเอียด : Thailand Jazz Competition
ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 1
จัดโดย คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ นิตยสาร Jazz Seen
และ บริษัท แมกเนททิก ครีเอชั่น จำกัด
................................

หลักการและเหตุผล
มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางศาสตร์ด้านศิลปะ
แห่งแรก และเพียง แห่งเดียวของประเทศไทย
ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติ และนานาชาติ มายาวนานกว่า 60 ปี
เพื่อเป็นการตอกย้ำศักยภาพ และ เผยแพร่ชื่อเสียงศาสตร์ศิลปะทางด้านดนตรี
ศิลปะที่มีชื่อเสียงอีกแขนงหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากร คณะดุริยางคศาสตร์
จึงประสงค์จัด Thailand Jazz Competition ชิงถ้วยพระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขึ้น เพื่อแสดงถึงความสำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณต่อองค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และมีเจตนาเพื่อเทิดพระเกียรติคุณูปการของพระองค์
ที่ทรงมีต่อศิลปศาสตร์ดนตรีแจ๊สใน ประเทศไทย
นอกจากนี้ยังเพื่อเป็นการสนับสนุน สร้างโอกาสให้แก่นักเรียน
นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจ ในดนตรีแจ๊ส และมีความรักในศิลปะศาสตร์ดนตรีตะวันตก
ได้มีเวทีในการแสดงความสามารถอย่างถูกต้อง เหมาะสม และ
มีมาตรฐาน อันเป็นการยกระดับทักษะความรู้ความสามารถทางดนตรีของเยาวชนคนไทย
ให้ได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และ เป็นสากล

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
ที่ทรงเป็นดั่งผู้บุกเบิกดนตรีแจ๊สขึ้นในประเทศไทย

2. เพื่อยกระดับและสร้างมาตรฐานดนตรีแจ๊สในประเทศไทย

3. เพื่อสนับสนุนบรรยากาศทางวิชาการแห่งศิลปะดนตรีแจ๊ส
ในหมู่เยาวชนไทย และ บุคคลทั่วไป

4. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนดนตรีแจ๊ส
ในแวดวงวิชาการของเมืองไทย

5. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนศักยภาพทางวิชาการ
ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

การประกวด
1. กำหนดแข่งขันวงดนตรีประเภท Jazz Combo ( Small Band )
แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ

รุ่น Junior นักเรียนระดับมัธยมศึกษา หรือ นักศึกษา
จำนวนสมาชิก 5-9 คน

รุ่น Open บุคคลทั่วไป ( นักเรียน / นักศึกษา สามารถลงสมัครในรุ่นนี้ได้ )
จำนวนสมาชิก 4-7 คน

เพลงในการประกวด
1. เพลงบังคับ 1 เพลง โดยคัดเลือกบทเพลงใดก็ได้จากยุค
New Orleans Be Bop ถึงยุค Post Bop

2. เพลงตามถนัด 1 เพลง บรรเลงในแนว Contemporary Jazz
เช่น ผลงานของ Spyro Gyra , Fourplay , The Rippingtons เป็นต้น

3. แต่ละเพลงความยาวไม่เกินเพลงละ 10 นาที

2.เอกสารประกอบการสมัคร ใบสมัคร
กรอกรายละเอียดสมบูรณ์ พร้อม รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป / คน
และ รูปถ่ายสมาชิกวงดนตรีทั้งวง ขนาดโปสการ์ด 1 รูป
พร้อมสำเนาบัตรประชาชน

กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ต้องแนบใบรับรอง
สถานภาพทางการศึกษาจากสถาบันการศึกษา และ
สำเนาบัตรนักเรียน และ นักศึกษา มาด้วย

3.ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างเดือน สิงหาคม 2548 – ธันวาคม 2548

รอบคัดเลือก ภายในเดือน สิงหาคม – กันยายน 2548
ผู้ประกวดส่ง Cassette Tape / CD บันทึกเพลงที่ส่งประกวดจำนวน 2 เพลง ตามกำหนด

คณะกรรมการจะพิจารณาความสามารถในการบรรเลง มากกว่า
คุณภาพของการบันทึกเสียง ส่งมายัง คณะดุริยางคศาสตร์
มหาวิทยาลัยศิลปากร ( ประกวดดนตรีแจ๊ส )
22 ถ.บรมราชชนนี ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
ภายในวันที่ 30 กันยายน 2548
โทรศัพท์ 0-2424-5505 , 0-2880-9925-36
ต่อ 2306
โทรสาร 0-2424-5618 ในวันและเวลาราชการ

ประกาศผลผู้เข้ารอบ ภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2548
รอบประกวด ภายในเดือน พฤศจิกายน 2548
รอบชิงชนะเลิศ ภายในเดือน ธันวาคม 2548

4.การตัดสิน
คัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบ ทั้ง 2 รุ่น จำนวนตามความเหมาะสม ทุกรอบการประกวด
กรรมการรอบคัดเลือก ประกอบด้วย คณาจารย์ สาขาดนตรีแจ๊ส
มหาวิทยาลัยศิลปากร กรรมการตัดสินรอบประกวด และ
รอบชิงชนะเลิศ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญสาขาดนตรีแจ๊ส
และ คณาจารย์ สาขาดนตรีแจ๊ส จากมหาวิทยาลัยต่างๆ

ผลการตัดสินของกรรมการถือเป็นเด็ดขาด

5.รางวัล
รางวัลชนะเลิศ รุ่น Open และรุ่น Junior ได้รับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท และเกียรติบัตร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 รับเงินรางวัล 50,000 บาท
พร้อมเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รางวัล นักดนตรียอดเยี่ยม จำนวน 3 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
Brilliant Night Recital
วันที่ :18 สิงหาคม 2548
สถานที่ :ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายละเอียด :
วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต จัดคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิค
Brilliant Night Recital เพื่อแสดงความสามารถของอาจารย์ในวิทยาลัยฯ
ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

อาจารย์เลิศเกียรติ จงจิรจิต ผู้อำนวยการวงออร์เคสตรา
และ หัวหน้ากลุ่มวิชาเครื่องเป่าและเครื่องประกอบจังหวะ
วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในนักดนตรีที่ร่วมแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้
กล่าวว่า วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต จะจัด Faculty Concert :
Brilliant Night Recital ในวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2548 เวลา 20.00 น.
ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้
จะเป็นการบรรเลงดนตรีคลาสสิค ของ Sarasate, Ewazen
และ Goedicke ฯลฯ ทุกเพลงที่ใช้แสดงในครั้งนี้ถือว่าเป็นเพลงที่
แสดงความสามารถของอาจารย์แต่ละท่านได้อย่างดี จะเป็นดนตรีสมัยใหม่พอสมควร
ฟังไม่ยาก โดยมีอาจารย์ของวิทยาลัยดนตรีร่วมแสดงในครั้งนี้ 3 ท่าน
ได้แก่ อ.เลิศเกียรติ จงจิรจิต (ทรัมเปต), ดร.ภาวไล ตันจันทร์พงศ์ (เปียโน)
และ อ.ศิริพงษ์ ทิพยธัญ (ไวโอลีน) และนักแสดงรับเชิญอีก 1 ท่าน
คือ นายอภิชัย เลี่ยมทอง (เชลโล)

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถซื้อบัตรได้ที่วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต
และหน้างาน บัตรราคา 300 บาท นักเรียน/นักศึกษา 100 บาท
สอบถามโทร. 0-2997-2200 ต่อ 3210
Bangkok's 7th International Festival of Dance & Music
วันที่ :7 กันยายน 2548
สถานที่ :ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายละเอียด :
อีกครั้งกับอลังการ์ศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ

พลาดไม่ได้กับการแสดงและดนตรีอันยิ่งใหญ่ตระการตาในงาน
มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติครั้งที่ 7
โดยบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัลโปรโมชั่นส์ จำกัด
นำการแสดงและดนตรีชั้นยอด 13 ชุด จาก 11 ประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
อาทิ การแสดงโอเปราเรื่อง “รีโกเลตโต” Rigoletto ของจูเซปเป แวร์ดี
บทประพันธ์ที่มีความขบขันผสมผสานกับเรื่องราวตามแบบโศกนาฏกรรม
กรีกโบราณ การแสดงบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงเรื่อง “ปีเตอร์แพน” Peter Pan
จากคณะนอร์เทิร์น บัลเลต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คณะบัลเลต์คณะใหญ่ที่สุด
ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเน้นวิธีการเล่าเรื่องผ่านการเคลื่อนไหวอย่างมีพลัง
การแสดงร้องประสานเสียงเรื่อง “เดอะ ไนติงเกล” The Nightingale
โดยคณะโคเปนเฮเกน รอยัล ชาเปล ไควร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะประสานเสียง
ที่ดีที่สุดของยุโรป ได้นำนิทานที่เป็นที่รู้จักกันดีของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์ สัน
มานำเสนอในรูปแบบการอ่านผลงานและสอดแทรกด้วยการร้องประสานเสียง
ร่วมกับวงออร์เคสตราชั้นนำของเดนมาร์ก การแสดงเต้นประกอบดนตรี
เรื่อง Ramayana โดยคณะคาลักเชตทรา ซึ่งมุ่งเน้นด้านศิลปะการแสดง
โดยเป็นสถาบันส่งเสริมทางวัฒนธรรมที่อนุรักษ์การเต้นและดนตรีแบบดั้งเดิม
โดยมี นักเต้นที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ในสไตล์อินเดียอย่างแท้จริง
ปิดท้ายความอลังการการแสดงด้วยบัลเลต์ Ballet Flamenco Sara Baras
จากคณะบัลเลต์ ฟลาเมงโก ซารา บาราสได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อแสดงศิลปะ
การเต้นระบำ ฟลาเมงโกแก่ผู้ชมที่ชื่นชอบศิลปะการเต้นระบำชนิดนี้
และยังเป็นคณะฟลาเมงโกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสเปนอีกด้วย

นอกจากนี้ มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติครั้งที่ 7
ยังมีการแสดงอีกมากมาย ที่น่าตื่นตา ตื่นใจ จากหลากหลายวัฒนธรรม
แสดงต่อเนื่องตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน
ไปจนถึง 9 ตุลาคม 2548 สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อบัตรได้ที่
ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์ โทร. 0-2262-3456 หรือจองทางอินเทอร์เน็ตที่ เว็บไซต์
www.thaiticketmaster.com ตลอด 24 ชั่วโมง
หรือ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัดโทร. 0-2273-5200 (เฉพาะบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสอบถามราย
ละเอียดสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 0-2661- 6835-7

กำหนดการ
มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติครั้งที่ 7

7 กันยายน - 10 กันยายน โอเปราสามองก์ เรื่อง Rigoletto
โดย Hungarian State Opera

9 กันยายน – 11 กันยายน โอเปราสามองก์ เรื่อง Madame Butterfly
โดย Hungarian State Opera

13 กันยายน การแสดงดนตรีคลาสสิก
โดย Budapest Philharmonic Orchestra

16, 17, 18 กันยายน บัลเลต์สององก์ เรื่อง Peter Pan
โดย Northern Ballet จากสหราชอาณาจักร นำเสนอโดย บริติช เคาน์ซิล

20 กันยายน – 21 กันยายน บัลเลต์สี่องก์ เรื่อง Swan Lake
โดย Stanislavsky Ballet Theatre จากมอสโคว์

23 กันยายน บัลเลต์สององก์ เรื่อง Snow Maiden
โดย Stanislavsky Ballet Theatre จากมอสโคว์

24 กันยายน และ 25 กันยายน บัลเลต์สามองก์ เรื่อง Don Quixote
โดย Stanislavsky Ballet Theatre จากมอสโคว์

27 กันยายน
การแสดงช่วงที่ 1: Francois Lindemann Sextet จากสวิตเซอร์แลนด์
การแสดงช่วงที่ 2: Tigramuna Latino Jazz Group จากออสเตรเลีย

28 กันยายน
การแสดงช่วงที่ 1: Piano Seven จากสวิตเซอร์แลนด์ (เปียโน 7 ตัวบรรเลงพร้อมกัน)
การแสดงช่วงที่ 2: The Nightingale
โดย The Copenhagen Royal Chapel Choir จากเดนมาร์ค

30 กันยายน Mille Modern Dance Company จากเกาหลีใต้ (การแสดง 3 ชุด หยุดพัก 2 ครั้ง)

2 ตุลาคม นาฏศิลป์รามยณะ (Ramayana)
โดย Kalakshetra Theatre อินเดีย

4 ตุลาคม Diablo Ballet จากแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
การแสดง 4 ชุด โดย George Balanchine, K.T. Nelson และ Nikolai Kabaniaev

8 ตุลาคม และ 9 ตุลาคม Ballet Flamenco Sara Baras สเปน
The art of the improvise
วันที่ :27 สิงหาคม 2548
สถานที่ :Retro Live Cafe ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
รายละเอียด : The art of the improvise

concert: 3 Jazz Pianists 3 Composers Denny, Nu & Joe

คอนเสิร์ต 3 คนเปียโน เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรี ม.รังสิต,
นุ วุฒิวิชัย หัวหน้าภาควิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร,
ดริน พันธุมโกมล (โจ้) อาจารย์สอนเปียโนและกีตาร์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล
กับ 3 คนเปียโน คั่นเวลา ซัน Dos, โซ่ Etc และคม
พร้อมนักดนตรีรับเชิญอีกมากมาย เล่นเพลงของ 3 Master Jazz Pianist,
Composer: Thelonius Monk, Bill Evans, Chick Corea ในสไตล์ตัวเอง
พร้อมเพลงในอัลบั้มสำหรับนิตยสาร Jazz Seen

สถานที่ : Retro Live Café ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
27 สิงหาคม 2548 เวลา 18.00 น.
Cover Charge 200 ฿ Free 1 Drink (สำรองที่นั่งได้ที่ 0-2559-0178-9,0-2934-8355)
จัดโดยนิตยสาร Jazz Seen
Jin Matsuno and Friends Casual Concert
วันที่ :4 กันยายน 2548
สถานที่ :Thai German Cultural Foundation Auditorium
รายละเอียด : Jin Matsuno and Friends Casual Concert

On Sunday evening, September 4, 2005 at 7 pm
at Thai German Cultural Foundation Auditorium.
D&M Music Studio in cooperation with Robinson Piano present “Jin Matsuno and Friends Casual Concert” performed by
Jin Matsuno and Duangdao-Mongkol Chayasirisobhon
with Dr.Eri Nakagawa on piano. Jin Matsuno is one of the most exciting
violinists who has won the hearts of music lovers
throughout Japan and many countries in Asia and
Europe for an accomplished virtuoso of the classical
and romantic repertoires and his well-known charity concerts
given everywhere and in Thailand for YMCA Happy Home
of AIDS Orphan Care Center Project.

Matsuno will return to Bangkok to perform for the
violinmania and Bangkok music lovers.
The concert will include classical works by : Romance
for Violin and Piano by Schumann, Shepherd On The Rock
for Voice, Violin and Piano by Schubert , arias by Handel ,
German lied by Schubert and Mozart as well as duet from opera and operetta by Mozart and Lehar including
Thai classical and Japanese songs as well as K.Segoe-J.Matsuno--The Violet. Etc.

Tickets are priced at 350 and 200 baht for student
available at D&M Music Studio Tel: 02-718-7300 or 02-718-7129
or Asia Books Sukhumvit Tel: 02-252-4373
and Robinson Piano Showroom ( 3rd floor Siam Center)
Tel: 02-658-1080-1. For more information
call Khun ongkol at tel: 01-682-8000
OKINAWA DANCE
วันที่ :8 มิถุนายน 2505
สถานที่ :ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายละเอียด : นาฏศิลป์โอกินาวา
สมาคมวัฒนธรรมโอกินาวา ร่วมกับเจแปนฟาวน์เดชั่น
และสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดการแสดง “นาฏศิลป์โอกินาวา”
ที่จะมาสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมในประเทศไทยอีกครั้ง เพียงรอบเดียวเท่านั้น
ในวันพุธที่ 8 มิถุนายน 2548 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

การแสดงครั้งนี้ จะนำเสนอนาฏศิลป์ และดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่เกาะโอกินาวา
อันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยจะแสดงนาฏศิลป์แบบประเพณี
เริ่มตั้งแต่ นาฏศิลป์ในราชสำนัก ที่ดูสง่างาม ขรึมขลัง
ใช้โทนสีม่วงเป็นหลักสำหรับเครื่องแต่งกาย ไปจนถึงนาฏศิลป์พื้นเมืองที่มีลักษณะสนุกสนาน ร่าเริง
ของผู้คนที่มีอาชีพเกษตรกรรม หรือประมง

บัตรราคา 100 และ 200 บาท ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรของไทยทิคเก็ต มาสเตอร์
ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล 5 แห่ง คือ ชิดลม ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และรามคำแหง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ โทร. 0-2260-8560-4


OKINAWA DANCE
The Okinawa Culture Association, the Japan Foundation, Bangkok
in cooperation with the Office of the National Culture Commission will organize
a very unique performing art of Japan called กศOkinawa Dance
on the 8th of June, 2005 at 19.30 hours at the Small Hall
of Thailand Cultural Centre, Ratchadapisek Road.
A variety of Okinawan dances will be proudly presented to you
starting from the court dance, semi classical dance to folk dance.
You will witness and enjoy the elegant, colourful and joyful music
and dances from Okinawa, a tiny group of islands to the southernmost part of Japan.

Ticket prices: 100 and 200 Baht are available at the 5 outlets
of the Thaiticket Master counter at Central Department Store 5 branches:
Chidlom, Lardprao, Bangna, Pinklao, and Ramkhamhaeng
For further information, please call the Japan Foundation,
Bangkok at 0-2260-8560-4 or visit our website at
http://www.jfbkk.or.th
From The Big Band Gallery
วันที่ :18 มีนาคม 2548
สถานที่ :หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รายละเอียด : From The Big Band Gallery

ชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ C.U.Band
ขอเชิญผู้ที่สนใจทุกท่าน ชมคอนเสิร์ต “From The Big Band Gallery“
ในวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2548 ณ หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เริ่มเวลา 19.30 น. คอนเสิร์ต“From The Big Band Gallery”
แบนด์คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นการแสดงดนตรีแจ๊สในรูปแบบของวงบิ๊กแบนด์
กล่าวคือ เป็นวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 2 ประเภท คือ
Rhythm section อันประกอบด้วยกลอง เพอร์คัสชัน เปียโน กีตาร์ เบส
และ Wind section ซึ่งประกอบด้วย แซกโซโฟน ทรอมโบน และทรัมเป็ต
ซึ่งการแสดงในครั้งนี้ได้รวบรวมบทเพลงแจ๊สหลากหลายรูปแบบ
ที่ล้วนแต่มีความไพเราะ โดดเด่น อาทิ Maple Leaf Rag, Take The A Train,
In The Mood พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ วง DooBaDoo
จึงถือได้ว่าคอนเสิร์ต “From The Big Band Gallery”
ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีของผู้ที่ใจรักในเสียงเพลงที่จะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของดนตรีแจ๊ส
ในรูปแบบของวงบิ๊กแบนด์ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน ทั้งนี้
ผู้ที่สนใจจะเข้าชมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น สำรองที่นั่ง และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ได้ที่ โทร. 0-6326-2403 , 0-1701-1919
หรือ 0-2218-2837 (C.U.Band)
IBYCUS MUSIC FESTIVAL 2005
วันที่ :24 กุมภาพันธ์ 2505
สถานที่ :BALLROOM OF THE SUKHOTHAI BANGKOK
รายละเอียด : IBYCUS MUSIC FESTIVAL 2005 AT THE SUKHOTHAI BANGKOK

THURSDAY, FEBRUARY 24 AT 8 P.M.
BALLROOM OF THE SUKHOTHAI BANGKOK

This year Ibycus Productions is proud to bring The Lukas David Ensemble directly from Germany to perform two quite rare programs of chamber music for strings. One of the unique features of the ensemble is that the revolving membership is made up of Lukas David’s most talented young professionals from all over the world, those who have flocked to Germany, Detmold in particular, to study with one of the most renowned German-speaking violin teachers in the world.

Chamber Concert Program:
W.A.Mozart: Quintet movement in A Minor
Alfred Schnittke / Mozart for Two Violins
Ernest Chausson: String Quartet (to commemorate his anniversary)
A. Piazolla "Tango Balett" for quartet
Arentzky: Quartet for violin, viola and 2 celli in remembrance of Tchaikovsky
F. Schubert: Quartet Movement in C Minor, op. posthumous

Concerts tickets at 1000 baht net: Cocktails and concert at the ball.
Tickets at 1,700 baht net: Dinner at The Colonnade / Concert at the ballroom.
For more information and reservations, please call 0 2344 8888 (Reception counter)
or 0 2932 9208 (Ibycus Office) Dinner begin at 6.30 p.m. Cocktail at 7.30 p.m.
Concert at 8.00 p.m. Tickets purchase at Asia Books (Tel: 0 2651 0428-9)
and Ibycus Office (Tel: 0 2932 9208).

Part of the proceeds will go to the Rajaprajanugroh Foundation
under the Royal Patronage for tsunami orphans.

SATURDAY, FEBRUARY 26 AT 8 P.M.
BALLROOM OF THE SUKHOTHAI BANGKOK
Special to this year’s festival is also the participation of singers from the newly founded Metropolitan Opera of Bangkok. The group grew out of the classical music program taught by soprano Sophie Tanapura and funded by the Bangkok Metropolitan Administration since 2000, marking a millennium of change in policy. In this new institution, performing opportunities are offered to mainly Thai singers in order to develop a full-fledged opera group in the near future.

Opera Concert Program
MOZART: La ci darem la mano (Zerlina / Don Giovanni) – Don Giovanni

MOZART: Non piu andrai … (Figaro) – The Marriage of Figaro

MOZART: Porgi amor … (Comtessa) – The Marriage of Figaro

MOZART: Soave sia il vento… (Fiordiligi, Dorabella, Don Alfonso) – Cosi fan tutte

MOZART: Der H๖lle Rache … (Queen of the Night) – The Magic Flute

MOZART: Bei Mไnnern… (Pamina/Papageno) – The Magic Flute

MOZART: Dalla sua pace (Don Ottavio) – Don Giovanni

BEETHOVEN: Mir ist so wunderbar … (Marzellina, Leonore, Jaquino, Rocco) – Fidelio

BIZET: Toreador, en garde Song (Escamillo) – Carmen

DVORAK: Mesicku na nebi (Rusalka) – Rusalka

WEBER: Durch die Wไlder… (Max) – Der Freischutz

GOUNOD: Je veux vivre dans le r๊ve … (Juliet) – Romeo and Juliet

WEBER: Schweig, schweig… (Kaspar) – Der Freischutz

VERDI: Tacea la notte placida (Leonore) – Il Trovatore

VERDI: La donna e mobile… (Duke of Mantua) – Rigoletto

OFFENBACH: Les oiseaux dans la charmille … (Olympia) – The Tales of Hoffmann

STRAUSS: The Champagne Song Finale – Die Fledermaus

Both of concerts tickets at 1000 baht net: Cocktails and concert at the ball. Tickets at 1,700 baht net: Dinner at The Colonnade / Concert at the ballroom. For more information and reservations, please call 0 2344 8888 (Reception counter) or 0 2932 9208 (Ibycus Office) Dinner begin at 6.30 p.m. Cocktail at 7.30 p.m. Concert at 8.00 p.m. Tickets purchase at Asia Books (Tel: 0 2651 0428-9) and Ibycus Office (Tel: 0 2932 9208).
Part of the proceeds will go to the Rajaprajanugroh Foundation under the Royal Patronage for tsunami orphans.
Jazz เหอะ III
วันที่ :15 กุมภาพันธ์ 2548
สถานที่ :ณ สถาบันเกอเธ่ สาธร
รายละเอียด :
คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ขอเชิญชม

Finallé Concert “Jazz เหอะ” ครั้งที่ 3
โดยวงดนตรีคณาจารย์ “แม้นศรี”
นุ วุฒิวิชัย, โดม หโยดม, พิสุทธิ ประทีปะเสน, ชนุตร์ เตชธนนันทน์
และวงนักศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร ที่คัดสรรฝีมือแล้ว

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548
เวลา 19.30 น.
ณ สถาบันเกอเธ่ สาธร ( บัตรราคา 50 บาท )
สอบถามเพิ่มเติม
คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
02-424-5505 / 02-880-9925-36 ต่อ 2306
และพบภาพบางส่วนจากการแสดง ณ มหาวิทยาลัยต่างๆ ดังนี้
12 มกราคม 2548 ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
21 มกราคม 2548 ณ มหาวิทยาลัยพายัพ
23 มกราคม 2548 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
24 มกราคม 2548 ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ได้ใน JazzIsland Gallery ครับ
Confliction Among Us
วันที่ :4 กุมภาพันธ์ 2548
สถานที่ :ณ สถาบันเกอเธ่ สาทร ซอย 1
รายละเอียด :
ม.ศิลปากร เชิญชมการแสดงดนตรีเปียโน ( classic & jazz) "confliction among us"
อาจารย์ นุ วุฒิวิชัย ( หัวหน้าสาขาดนตรีแจ๊ส ) และ คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ขอเชิญชม การแสดงดนตรีเปียโน ( Classic & Jazz )
Satawat vs Sammy “confliction among us”
Two ages on the same way…
Two differences on one intention….

Programme
Classic
- Preludio & Fuga No.10 in E.minor from Wohl Temperpertes Klavier 1 J.S. Bach
- Grande Polonaise Brillante Op.22 FR. Chopin
- Rhapsody in Blue George Gershwin

Jazz
- I’ll wait for you : MICHELLE LEGRANDE
- Mestiso : SIA
- Within Me : SIA
- Over The Rainbow
- What For : SIA

ศิลปินรับเชิญ
โดม หโยดม ( Bass )
พิสุทธิ ประทีปะเสน ( Saxophone )
Lito ( Drums )

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548
เวลา 19.30 น. ณ สถาบันเกอเธ่ สาทร ซอย 1
บัตรราคา 200 บาท / นักศึกษา 100 บาท
จำหน่ายบัตร คณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร 02-424-5505
ร้านน้องท่าพระจันทร์ 02-222-4305 และ ร้าน Pawnshop
DENNY & FRIENDS JAZZ CONCERT III
วันที่ :7 กุมภาพันธ์ 2548
สถานที่ :ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (หอประชุมเล็ก)
รายละเอียด :
R A N G S I T U N I V E R S I T Y
C o n s e r v a t o r y o f M u s i c

presents
DENNY & FRIENDS JAZZ CONCERT III
The Original Compositions of Denny Euprasert

Featuring
ดร. เด่น อยู่ประเสริฐ piano
เศกพล อุ่นสำราญ, ธีรัช เลาห์วีระพานิช,
สิทธิกุล บุญอิต, และ มณพ วโรนิธิภาส saxophone
เลิศเกียรติ จงจิรจิต trumpet
Dan Phillips และ ช้างต้น กุญชร ณ อยุธยา guitar
ณัฐนันท์ สังขะทรัพย์ acoustic bass
วิบูลย์ ปานพุ่ม electric bass
ชนุตร์ เตชธนนันท์ drums
และวง BODIN 3 BAND จากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศบดินทรเดชา
(วงชนะเลิศการประกวดดนตรี RANGSIT MUSIC COMPETITION 2005)

ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (หอประชุมเล็ก)
วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2005 เวลา 20:00 น.
บัตรราคา 300 บาท และ 100 บาท สำหรับนักเรียนนักศึกษา

รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้
ศูนย์รวมคลื่นน้ำใจเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากสึนามิฯ

สอบถามและสำรองบัตรได้ที่
วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต 0-2997-2200 ต่อ 3210
FROM BAROQUE TO CONTEMPORARY
วันที่ :30 มกราคม 2548
สถานที่ :Shrewbury International School
รายละเอียด : FROM BAROQUE TO CONTEMPORARY
Opening the Ibycus Sunday Concert Series 2005
at the Sofitel Silom Bangkok will be Tsui-Ping (Nancy) Wei
and Ralph McDonald joining Sophie Tanapura in a vocal program
of Baroque to Contemporary music with Elvira Galioullina
assuring the piano accompaniment.

The concert program to take place on Sunday, January 30
offers an extremely broad vocal repertoire of solo songs,
duets and trios for soprano and baritone, from Purcell, Mozart, Beethoven,
Rossini to Nutting, D’hardelot and Denza.

Ralph McDonald, baritone, graduated from
the Royal Scottish Academy of Music and Drama
and his teachers included the renowned baritones John Carol Case
and Derek Hammond Stroud. As a freelance soloist,
he has toured many European countries and Japan,
recorded for ECM and has broadcast widely
on BBC Radio 3 and 4 as well as BBC Television and ITV.
His repertoire is extensive, covering material from
the Elizabethan era up to songs from West End state and film.
He is in much demand as a recitalist and in oratorio,
has sung with Peter Pears, Linda Finnie and other artists of similar caliber.
He is now based in Bangkok, served as Head of voice
at the college of Music, Mahidol University from 2001-2002.
At present, he is a member of the examining panel for Trinity College
London in which capacity he has toured all over the world.

Soprano Tsui-Ping (Nancy), born in Taiwan
started her musical training since the age of five
and during her school years, has received many awards
in Youth Voice competitions and Regional Vocal Competitions as a soloist.
After receiving her Associate Music Degree in Voice form
Tainan Women’s College of Arts and Technology,
she chose to continue her music studies at the University of Houston,
Texas and George Mason, Virginia. While in Taiwan,
she has studied voice with some of the most renowned
opera singers and teachers such as Tzung Dau-Hsiong
and especially Zhou Tung-Fuang of the Vatican Institute of Music
and the National Institute of Arts and Music in Rome, Italy.
In the U.S., she has studied voice with Jean Preston and Charles Hausmann
and completed her Master’s in composition with Glenn Smith.
Nancy has been on the Faculty of the college of Music,
Mahidol University since 1995 and continues to perform regularly
in vocal recitals and chamber music concerts.

One of the trailblazers in the promotion of classical music in Thailand,
Sophie Tanapura, is widely known here in Thailand as a soprano
and concert organizer of Ibycus Concerts since 1985,
when she and her husband, Pakdee, founded and managed
the Ibycus Chamber orchestra for eight years until 1993.
Sophie started her vocal studies while in Paris,
France with Opera Comique tenor, Paul Derenne,
both privately and at the Ecole Normale de Musique,
Paris and then in Frankfurt with Gertrude Pitzinger,
renowned German alto of her time. She also furthered
her vocal studies with sopranos Michele Pena and
Corinne Laporte while in Paris and with Mexican basso Jose Briano
during summer sessions in the United States. Sophie has
performed in numerous vocal recitals and chamber music concerts
in Europe, notably Lille and Menton (France), Prague (The Czech Republic),
and Majorca (Spain). In Asia, she has also performed at the theaterette
of the National University of Singapore, the Osmani Hall of Dhaka (Bangladesh)
as well as the Hanoi Opera House. Today she is founder
of an upcoming young opera group, The Metropolitan Opera of Bangkok,
comprising of mainly Thai singers. Sophie teaches
privately at the Ibycus building and at the BMA Youth Center.

Providing the piano accompaniment for the concert evening
at the Sofitel Silom Bangkok, will be Elvira Galioullina from Ufa,
Russia, but who has been residing in Thailand for almost ten years.
Elvira has accompanied Sophie on most of the concert tours
in Europe and Asia. Elvira is now a well-known figure on the classical
scene in Bangkok, not only performing regularly in the
Ibycus Concert Series but also teaching privately
and at Shrewbury International School.

Starting at 5 p.m. the Ibycus concert is preceded by French pastries,
coffee, and tea from 4:30 p.m. onwards.
Tickets at 500 baht for adults and 300 baht for students and children
include refreshments and a complimentary glass of wine
with the performers at the end of the evening.
Tickets are on sale at Asia Books (Sukhumvit 0-2651-0428-9)
and at the reception counter of Sofitel Silom Bangkok (0-2238-1991).
For more information, please contact Ibycus office (0-2932-9208).
Charity Concert for Tsunami Victims
วันที่ :16 กุมภาพันธ์ 2548
สถานที่ :Wattana Church
รายละเอียด : Charity Concert for Tsunami Victims
Japanese Christian Church and Wattana church of Bangkok
are pleased to present Mori Yuri Gospel Concert
On Wednesday, February 16th,2005
at 7-9 pm at Wattana Church on Sukhumvit Soi 19.
The concert will feature well-known Japanese Gospel singer
who is the winner of Gospel Artist Singing Awards in Japan
for three years in 1997,1999 and 2003.
Ms.Yuri lost her brother in the Great Hanshin Earthquake
occurred in 1995. It was a great inspiration for her
to make contribution with her beautiful crystal singing voice.
She has delivered the message of hope to reach out
and touch the hearts of thousands of needy people.
Her program will include Japanese Children’s Songs and Christian Praise Songs.
Everyone is cordially welcome to the concert.
Admission is free but donations are welcome at the concert
to generously give as you feel able to tsunami relief thru
The Church of Christ in Thailand. For more information
please contact Rev.Niran Chanta,Wattana Church
at tel:02-252-5648 ext.113
or Mr.Sakata at Bangkok Japanese Christian Church at tel: 09-772-2550
The Art of Brass
วันที่ :14 กุมภาพันธ์ 2548
สถานที่ :Thai German Cultural Foundation
รายละเอียด :
Concert Announcement
Venue & Date :In the auditorium of Thai German Cultural Foundation
or Goethe Institute on South Sathorn Road Soi 1
on Monday, February 14th commencing at 7.30 pm.

D&M Music Studio in association with Mahidol University Faculty
of Music is pleased to present “ The Art of Brass ”
concert performed by brass quintet from America.
They are distinguished professors and music artistes
as well as the members of international brass
and wind ensembles and various leading Symphony Orchestras
in the USA. namely Joseph Bowman (Trumpet) is a Yamaha Performing Artist,
Robin Dauer (Horn) from the American Symphony Orchestra ,
Sean Scot Reed (Trombonist) was the Associate Principle Trombonist
of the Israeli Symphony Orchestra,
Jorge Davi (Tuba) member of the Lexington Philharmonic Orchestra
and Louisville Orchestra and James Sherry ( Trumpet)
was Director of Bands at Peabody Conservatory.
This is a rare opportunity for music lovers to enjoy
a special performance by one of the most distinguished
American Brass Quintet in Bangkok.
The evening program include works by Witold Lutoslawski (Mini Overture),
Elam Ray Sprenkle ( An Aubade) ,
Victor Ewald ( Quintet No. 3 ),
Eric Ewazen (Colchester Fantasy) ,
Elvis Presley (Sonatina : The Rose and Crown ,
The Marquis of Granby, The Dragoon and The Red Lion ).

The concert will be taken place in the auditorium
of Thai German Cultural Foundation or Goethe Institute
on South Sathorn Road Soi 1 on Monday, February 14th
commencing at 7.30 pm.
Tickets are priced at 300
and 200 baht for students
available at D&M Music Studio
Tel: 02-718-7300 or 02-718-7129 or
Asia Books Sukhumvit Tel: 02-252-4373
and Robinson Piano Showroom ( 3rd floor Siam Center)
Tel: 02-658-1080-1.
For more information please call 02-718-7300 or 02-718-7129
or Khun Mongkol 01-682-8000
Opera Night
วันที่ :15 ธันวาคม 2547
สถานที่ :Thailand Cultural Centre’s small hall
รายละเอียด : OPERA COMPANY FOR A NEW GENERATION OF THAI SINGERS

“Opera Night” to take place on December 15 starting at 8 p.m.
at the Thailand Cultural Centre’s small hall will announce the official
founding of the Metropolitan Opera of Bangkok,
a new opera company set to provide educational opportunities
and performance experience for Thai singers.

The key mover behind this endeavor is none other than
soprano Sophie Tanapura who has been running
the Ibycus music programs for almost 20 years.
Part of the educational budget is funded by the Bangkok Metropolitan Administration.

After having taught voice privately for many years and for four years
in the Bangkok Metropolitan Administration’s
“classical music for the people” project, Sophie was able
to train a new wave of singers. Performing in the upcoming Ibycus
Production of Opera Night featuring various famous arias
of opera masters such as Mozart, Beethoven, Weber,
Offenbach, Verdi, Puccini and Dvorak will be Yaowapa Hoysangwan (soprano),
Rapanang Sapinkornburi (soprano), Uma Paitoon (soprano),
Sirichai Charoenkitthanakul (tenor), Koravee Soonthonvipat (tenor),
Vuthiphand Pongtanalert (baritone) and of course,
Sophie Tanapura, herself a soprano. At the piano accompanying
the singers will be Elvira Galioullina.

Upcoming Thai singers have some surprisingly unique voices,
spanning the very high to the very low,
a treasure that many Bangkokians may not yet realize.
Such precious local vocal material represents a dream
for anyone who wishes to envision the creation of
a home-grown opera company that would one day
provide a profession for generations of singers to come
as well as create a public for one of the most complete
performing arts, the opera genre.

“Opera Night” is an Ibycus Production.
Tickets are available at 500 baht for adults
and 200 baht for students
at Asia Books (Sukhumvit Rd.) Tel: 0 2651 0428-9.
15% discount exclusively for Advantage Plus members.
Group discounts are available
at the Ibycus office Tel: 0 2932 9208
Email: ibycusmusic@yahoo.com.
Concert tickets are inclusive of Bencafe tasting and a glass
of Chateau de Loei sparkling wine for everyone.
A Gift of Piano Music
วันที่ :8 ธันวาคม 2547
สถานที่ :Alliance Francaise
รายละเอียด : Concert Announcement
D&M Music Studio in cooperation with Peerapong Music
Studio are proud to present A Gift of Piano Music
performed by Poom Prommachart, a 14 years young
gifted pianist began studied piano lessons at the age of 8
with Acharn Jingjai Thongborisuth and Acharn Peerapong Surawan at Nat Studio.

Poom had already passed Trinity College of Music London Performer’s
Certificate in piano practical exam with a score of 96%
which is the highest distinction in Asia.
He is preparing to take LTCL(Recital) exam in December 2004.
Poom has performed piano compositions of immense pianistic difficulties
which are rarely performed by any child below this age.
He took masterclasses with internationally renowned pianists
namely Uberto Martinelli, Margit Haider and Dr.Peter Vinograde.
Poom still attends Matayomsuksa 2 at junior high. Plans are
underway for appearances in our neighbouring countries.
He is one of Thailand’s brightest, young and talented pianists
and latest pride.Poom is a promising future as a musician
and performer, his very well developed pianism
and his ability to pick up suggestion.

The evening programmes include works by Mozart
(Sonata in A minor K.310), Debussy (La Fille aux cheveux de lin)
and (Pour le Piano),Chopin (Sonata in B flat minor, op.35),
( Nocturne in C sharp minor Op. Posthumous ),
Etude in C Sharp minor Op. 10 No.4 and
(Andante Spianato and Grand Polonaise, op. 22).

The concert will be held at Alliance Francaise
on South Sathorn Road
on Wednesday, December 8 ,2004 at 7.30 pm.
Tickets are priced at 300 and 200 baht for student
available at D&M Music Studio Tel: 02-718-7300 or 02-718-7129
or Asia Books Sukhumvit Tel: 02-252-4373
and Robinson Piano Showroom ( 3rd floor Siam Center)
Tel: 02-658-1080-1.
For more information please call 02-718-7300 or 02-718-7129
or Khun Mongkol 01-682-8000
Bangkok Jazz Festival 2004
วันที่ :18 ธันวาคม 2547
สถานที่ :ณ ลานพระราชวังดุสิต
รายละเอียด : งานเทศกาลดนตรีแจ๊สครั้งสำคัญ “Bangkok Jazz Festival 2004”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ เบียร์ไฮเนเก้น
ขอเชิญผู้ที่มีดนตรีในหัวใจร่วมงาน “Bangkok Jazz Festival 2004”
เทศกาลดนตรีแจ๊สครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีของกรุงเทพฯ โดยจะจัดขึ้น
ในวันเสาร์ที่ 18 และวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2547 ณ ลานพระราชวังดุสิต

งานเทศกาลดนตรีในปีนี้ ได้รับการตอบรับจากศิลปินแจ๊สชื่อดังระดับโลก
มาร่วมแสดงดนตรี ซึ่งได้แก่ Al Jarreau, The Crusaders, David Sanborn
James Taylor Quartet, Sadao Watanabe, Mindi Abair, Minaswing, URB

นอกจากนี้ จะมีการแสดงดนตรีจากศิลปินแจ๊สชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งรวมตัวกันเป็นพิเศษ
เพื่องานนี้โดยเฉพาะ ประกอบด้วย Koh Saxman featuring Bangkok Jazz All Stars
วง Infinity and Friends CU Band และ Mahidol Jazz Ensemble

ท่านที่สนใจสามารถหาซื้อบัตรได้ที่บูธ Thai Ticket Master ทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์
บัตรเข้าชมต่อวัน ราคา 1,200 บาท และบัตรชุด
สำหรับ 2 วัน ราคา 2,000 บาท
เริ่มจำหน่ายบัตรวันที่ 27 พฤศจิกายน 2547
ในการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจาก Epson โรงแรมมณเฑียร โค้ก
คลิ๊กเรดิโอ วีอาร์วันเรดิโอ โซนี่มิวสิคบีอีซีเทโร ยูนิเวอร์ซัลมิวสิค ยูบีซี และเอไอเอส
โดยการสร้างสรรค์และดูแลการผลิตของเทอร์มินัลเอ็กซ์ตร้าเอ็นเตอร์เทนเม้นท์

ติดต่อสอบถามและซื้อบัตร :
THAITICKETMASTER.COM Call Center
โทรศัพท์ : 02 262 3456
โทรสาร : 02 262 3898
Email : contact_us@thaiticketmaster.com
Web Site : www.thaiticketmaster.com
Classic Meets Jazz # 2
วันที่ :30 พฤศจิกายน 2547
สถานที่ :ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (หอประชุมเล็ก)
รายละเอียด :
คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
เสนอ การแสดงดนตรี Classic Meets Jazz # 2

โดยคณาจารย์คณะดุริยางคศาสตร์ และ ศิลปินรับเชิญ
นำเสนอผลงานของคีตกวี อาทิ Telemann , Giuliani , Schubert ,
Chopin , Bach ไปจนถึง Charlie Parker, Brecker Brothers ,
Yellowjackets , Victor Young และ Dave Holland

นักดนตรี
สาขาคลาสสิก อาทิ ทัศนา นาควัชระ ( Violin )
จามร ศุภผล ( Piano ) เอกราช เจริญนิตย์ ( Guitar )
ดำริห์ บรรณวิทยกิจ ( Oboe ) วรพล กาญจน์ วีระโยธิน ( Flute ) เป็นต้น

สาขาแจ๊ส อาทิ นุ วุฒิวิชัย ( Piano ) พิสุทธิ ประทีปะเสน ( Saxophone )
โดม หโยดม ( Bass ) วุฒิชัย เลิศสถากิจ ( Guitar ) กอล์ฟ ทีโบน ( Guitar )
ชนุตร เตชะธนนันท์ ( Drums ) Lester ( Drums ) เป็นต้น

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2547 เวลา 20.00 น.
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (หอประชุมเล็ก)

บัตรราคา 300 บาท และ 100 บาท สำหรับนักเรียน-นักศึกษา
สอบถามและสำรองบัตรได้ที่ 0-2424-5623, 0-2424-5505
All About Jazz
วันที่ :1 กันยายน 2547
สถานที่ :Pastel Lounge of Novotel Bangkok on Siam Square.
รายละเอียด : Pastel Jazz Fusion
Light & Contemporary Jazz at Novotel Bangkok on Siam Square

Jazz has been a popular choice of music since 1910,
with lovers of this music genre gathering in an atmosphere that epitomizes
the true spirit of Jazz. Pastel Lounge of Novotel Bangkok on Siam Square
continues the traditional of Jazz by presenting two of Thailand’s
most renowned female jazz singers, “Nadda Viyakarn” and “Gail Dila”.
With these two ladies Jazz lovers can really experience
a variety of Jazz styles from the early twentieth century
to the more contemporary jazz, Bossanova, Latin,Soul and Funky;
from artists such as Diana Krall, Astrud, Natalie Cole and more.

Nadda Viyakarn’s destiny at birth was to sing,
her voice is so unique that she has produced a number of successful albums;
as well as being presented a Best Song Award in Japan.
With more then ten years experience in the music industry,
and the ability to speak five languages, Nadda can perform
not only Jazz numbers, but also Pop from the 70s and 80s.
Recently receiving rave reviews at the VH1 80s Revival Concert in Bangkok,
you will surely experience her unique vocal variety every Thursday,
Friday and Saturday night at Pastel Lounge.

Gail Dila, her talent for singing was really recognized
when she topped the votes in Thailand’s most competitive contest,
the 4th Siam Kolakarn Music Foundation Singing Contest,
with her delicate, yet impassioned, voice. Having recorded
her own album and performed in concerts in a number of countries
Gail has long time fans who follow her musical progression in styles
that include Cool, Pop and Bossanova Jazz. Her most recent album
was the Grammy hit Jazzy which sold very well to both
international and local listeners. Experience Gail Dila Tuesday
and Wednesday night at Pastel Lounge.

Performing nightly from 8.00 p.m. to midnight
at Pastel Lounge of Novotel Bangkok on Siam Square.

For more details please call on 02 255-6888 ext. PR. Dept.
Public Relations and Promotions Team of Novotel Bangkok
on Siam Square August 2004
Jazz Seen Night
วันที่ :15 ตุลาคม 2547
สถานที่ :atelier gallery/snack bar
รายละเอียด : “JAD YUB! ” (แจ๊ด-ยับ ) Jazz Seen Night
MINI CONCERT MODERN JAZZ

At Atelier Gallery/Snack Bar
570/2 ลาดพร้าว 36 ติดถนนลาดพร้าว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ
วัน/เวลา : วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2547 เวลา 17.00-24.00 น.
จัดโดย : Jazz Seen Magazine

Mini Concert Modern Jazz Thai กิจกรรมดนตรีต่อเนื่อง
ที่จะจัดขึ้นทุก 3 เดือน โครงการค้นหาYoung lion’sของวงการดนตรีแจ๊สไทย
พบกับคอลัมนิสต์นิตยสารแจ๊สซีน นักเขียน นักดนตรี แวดวงดนตรีแจ๊สอาทิ
คมสัน นันทจิต,เศกพล อุ่นสำราญ(koh saxman),อ.เด่น อยู่ประเสริฐ,
อ.นุ วุฒิวิชัย,กอล์ฟ ทีโบน และอีกมากมาย
พร้อมนิทรรศการภาพถ่าย ภาพประกอบโดยวุฒิกร เอกรัตนสมภพ,กิติศักดิ์ ทวีกิตภิญโญ

Program
ลงทะเบียน
Band 1 – New cats
Band 2 – Kitten Brothers
Band 3 – Man See by Nu vudthivichai
Band 4 – Denny & friends
Band 5 – Hua Hin by Golf T-Bone

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0-1483-3935,0-1838-8212, 0-6700-3358,0-6608-0866
A Debut Piano Recital
วันที่ :20 ตุลาคม 2547
สถานที่ :Thailand Cultural Center (Small Hall)
รายละเอียด :
Concert Announcement

Assumption University in association with Peerapong Music Studio
and D&M Music Studio are proud to present

A Debut Piano Recital performed by Poom Prommachart,
14 years old young talented pianist began studied piano lessons
at the age of 8 with Acharn Jingjai Thongborisuth
and Acharn Peerapong Surawan at Nat Studio.

Poom had already passed Trinity College of Music London
Performer’s Certificate in piano practical
exam with a score of 96% which is the highest distinction.
He is preparing to take LTCL(Recital) exam in December 2004.

Poom has performed piano compositions of immense pianistic difficulties
which are rarely performed by any child below this age.
He took masterclasses with internationally
renowned pianists namely Uberto Martinelli,
Margit Haider and Dr.Peter Vinograde. Poom still attends
Matayomsuksa 2 at junior high. Plans are underway
for appearances in our neighbouring countries.
He is one of Thailand’s brightest, young and talented pianists
and latest pride.Poom is a promising future as a musician
and performer, his very well developed pianism
and his ability to pick up suggestion.

The evening programmes include works by Mozart
(Sonata in A minor K.310), Debussy (La Fille aux cheveux de lin)
and (Pour le Piano),Chopin (Sonata in B flat minor, op.35),
Liszt (Paganini’s Etude No.3,La Campanella) and Chopin
(Andante Spianato and Grand Polonaise, op. 22).

The concert will be held at Thailand Cultural Center,(Small Hall)
on Wednesday,October 20th,2004 at 7.30 pm.

Admission Free. For more information please call
0-2376-3872, 0-1926-8424.
Bangkok's 6th International Festival of Dance & Music
วันที่ :8 กันยายน 2547
สถานที่ :หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายละเอียด : มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ ครั้งที่ 6
ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8 กันยายน – 13 ตุลาคม 2547
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
บัตรมีจำหน่ายที่ไทยทิกเก็ตมาสเตอร์ หรือ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส(ไทย) จำกัด
รายละเอียดของการแสดงมีดังต่อไปนี้
(ขออัพเดทข้อมูลในวันแสดงที่เหลือ และในส่วนของแจ็ส)

28 กันยายน 2547
Michelle Nicolle Quartet
นำเสนอโดย สถานทูตออสเตรเลีย
มิแชล นิโคล เป็นทั้งผู้เรียบเรียงเสียงประสาน หัวหน้าวง และนักร้องแจ็ส
ที่เคยได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย เธอได้รับรางวัลนักร้องแจ็สระดับชาติ
ของออสเตรเลีย เมื่อปี 2544 และ 2546

Michelle Nicolle Quuartet จะนำเสนอบทเพลงจากฝีมือ
การประพันธ์ของนิโคลตลอดจนผลงานของนักประพันธ์ชื่อดัง
ชาวอเมริกัน เช่น เออร์วิง เบอร์ลิน, แมนชินี, บิลลีสเตรย์ฮอร์น เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีเพลงที่นักฟังเพลงชาวไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จักดี
แต่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบรรยากาศในงานครั้งนี้ การแสดงชุดนี้มี
มิแชล นิโคลเป็นนักร้องนำ และร่วมด้วย รอนนี เฟเรลลา (กลอง),
โฮเวิร์ด เคร์นส์ (ดับเบิลเบส) และเจฟฟ์ ฮิวส์ (กีตาร์)

Courtney Pine Jazz Group
นำเสนอโดย บริติช เคาน์ซิล
คอร์ตนีย์ ไพน์ ได้รับรางวัล OBE (Order of the British Empire)
ในฐานะผู้มีคุณูปการต่อวงการแจ๊ซของอังกฤษ ไพน์เป็นนักแซกโซโฟน
ที่รวบรวมนักดนตรีรุ่นใหม่ซึ่งทุ่มเทชีวิตจิตใจให้ดนตรีแจ๊ซผลงาน
อัลบัมล่าสุดของเขาชื่อว่า “Devotion” มีดนตรีหลากหลายสไตล์
ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของไพน์ในฐานะผู้ชื่นชอบดนตรีร่วมสมัย
และได้รับอิทธิพลของดนตรีตะวันออก/เอเชียการแสดงครั้งนี้
จะผสมผสานดนตรีแจ๊สเข้ากับจังหวะดนตรีต่าง ๆ เช่น ฮิปฮอป เร็กเก้
และอาร์แอนด์บี รับรองว่าการแสดงชุดนี้จะทำให้ผู้ชมคึกคัก
จนต้องลุกขึ้นขยับแข้งขยับขาแน่นอน


2 ตุลาคม 2547
Janet Seidel Quintet
นำเสนอโดย สถานทูตออสเตรเลีย
เจเน็ต ไซเดล พำนักอยู่ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
เธอเป็นนักร้องแนวแจ๊ซแบบคลาสสิกและ คัดสรรเฉพาะนักดนตรี
ฝีมือดีที่สุดของออสเตรเลียมาร่วมวงเจเน็ตเคยพาวงของเธอ
ตระเวนเปิดการแสดง มาแล้วทั่วออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ฯลฯ
ลูกวงของเธอได้แก่ ชัค มอร์แกน (กีต้าร์), เดวิด ไซเดล (เล่นเบสและเรียบเรียงเสียงประสาน)
เบน โจนส์และอาดัมส์ พาเช (แซ็กโซโฟนและนักร้อง)

Mississippi Blues by Coco York/Mike Del Ferro Trio
นำเสนอโดย สถานทูตสหรัฐอเมริกา
ดนตรีแนวบลูส์ถือกำเนิดขึ้นทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา
ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในฐานะที่เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้าน
ของชาวอเมริกันผิวดำ อย่างไรก็ตามเมื่อดนตรีแนวนี้แพร่หลาย
ไปสู่เมืองใหญ่ ๆ ของภาคใต้ ความเป็นดนตรีพื้นบ้านก็เริ่มผสมผสาน
กับดนตรีแจซซึ่งเพิ่งก่อตัวขึ้นไม่นานวงมิสซิสซิปปี บลูส์ จะพาผู้ฟังท่องไป
ในประวัติศาสตร์นับร้อยปีของเพลงบลูส์ โดยผ่านบทเพลงที่มีผู้แต่ง
และร้องตลอดเวลาที่เพลงบลูส์แพร่หลายไปทั่วสหรัฐฯ
ชื่อของ โคโค ยอร์ก คือสัญลักษณ์ของแจ้ส เธอเคยร่วมแสดง
กับศิลปินชื่อดังมากมายเช่น คลาร์ก เทอรี, ไลโอเนล ริชชี, บี.บี.คิง
และเคยแสดงเฉพาะพระพักตร์ของสมเด็จพระราชินีบีอาทริกซ์
แห่งเนเธอแลนด์ ตลอดจนเคยแสดงในงาน North Sea Jazz Festival
และ Jazz and Heritage Festival of New Orleans เป็นต้น
ยิ่งไปกว่านั้นยังเคยมีผลงานเป็นอัลบัมกับค่ายเพลงใหญ่มาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น RCA, EMI และ CBS
ไมค์เดล เฟอร์โร เป็นนักแต่งเพลง นักเรียบเรียงเสียงประสาน
นักดนตรีแสดงเดี่ยวและหมู่เคย เปิดการแสดงมาแล้วมากมาย
และมีผลงานอัลบัมหลายชุดเคยเล่นดนตรีแบ็กอัพให้แก่ศิลปินดัง ๆ
มาแล้วกว่า 20 อัลบัม แนวดนตรีของเขาหลากหลาย มีตั้งแต่แบบ Dixieland จนถึง Worldmusic
นักดนตรีที่จะร่วมแสดงในครั้งนี้ได้แก่ บาร์ต เดนอล์ฟ (เบส)
และ เซบาสเตียน แค็บไตน์ (กลอง)


6 ตุลาคม 2547
Urban Connection
นำเสนอโดย สถานทูตเนเธอร์แลนด์
Urban Connection ไม่เพียงครองใจของคอแจซในนอร์เวย์เท่านั้น
แต่ยังเปิดการแสดงทั่วยุโรปและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
นับเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการแจ๊ซของนอร์เวย์วงนี้
ประกอบด้วยนักดนตรีฝีมือดีสามคน ได้แก่ โฟรด ไนโม (อัลโตแซ็กโซโฟน),
สไตนาร์ แร็กเนส (ดับเบิลเบส) และฮาคอน มจาเซต โจฮันเซน (กลอง)
พวกเขาเป็นตัวแทนของนักดนตรีแจ๊ซรุ่นใหม่ของนอร์เวย์ซึ่งสามารถ
นำเอาลักษณะเด่นของดนตรีอะคูสติกแบบดั้งเดิมกับพลังของอิเล็กทรอนิกส์
ในสมัยปัจจุบันมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวการแสดงของวงนี้
จะเต็มไปด้วยความเร้าใจ ทันสมัย และกระชับเนื้อหาของดนตรี
ซึ่งแต่งขึ้นมาเองทั้งหมดจะมีแต่ความแปลกใหม่ซึ่งหาที่อื่นได้ยาก

The Swedish Jazz Kings
นำเสนอโดย สถานทูตสวีเดน
วงดนตรีนี้ก่อตั้งขึ้นโดย โทมัส ออร์นเบิร์ก เมื่อปี 2528
โดยเริ่มจากการเป็นสตูดิโอแบนด์เพื่อเล่นให้กับ คลาเรนส์ วิลเลียมส์
สำหรับบ็อบ เออร์ดอสผู้ควบคุมการบันทึกเสียงชาวอเมริกัน
จากนั้นก็พัฒนาเป็นวงที่มีชื่อเสียงแพร่หลายไปทั่วโลก
โดยเล่นดนตรีแนวที่เคยเฟื่องฟูอยู่ในชิคาโก/นิวออร์ลีน
เมื่อช่วงคริสต์ ทศวรรษที่ 1920 ปรัชญาสำคัญของวง
คือการรวบรวมเอานักดนตรีแนวคลาสสิกแจซชั้นนำของยุโรป
เข้าไว้ด้วยกัน วงนี้เคยแสดงและบันทึกเทปกับศิลปินรับเชิญ
ระดับโลกหลายคน เช่น เคนนี ดาเวิร์น, รอย วิลเลียมส์,
โจ มูรันยี และบ็อบ บาร์นาร์ด เป็นต้น
ในวงประกอบด้วย เฮอร์เบิร์ต ไครสต์ (ทรัมเปต/คาร์เนต/ร้อง)
โทมัส ออร์นเบิร์ก(คลาริเน็ต/โซปราโนแซ็กโซโฟน/หัวหน้าวง)
สปัตส์ แลงแฮม (แบนโจ/กีตาร์/ร้อง) คริสเตียน แฟรงก์ (สตริงเบส/เบสแซ็กโซโฟน)
และมาร์ทิน ลิตตัน (เปียโน)


8 ตุลาคม 2547
South - east Asian Youth Symphony Orchestra
นำเสนอโดย มหาวิทยาลัยมหิดล
South - east Asian Youth Symphony Orchestra ประกอบด้วย
นักดนตรีหนุ่มสาวจำนวน 136 คน จาก 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ได้แก่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า เวียดนาม
และไทย นับว่าเป็นวงที่รวบรวมเอานักดนตรีรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์
เคยบรรเลงเพลงภายใต้การควบคุมวงของวาทยกรชื่อดังระดับโลก
จากหลายประเทศ เช่น นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ลัตเวีย และไทย
ผู้ที่จะรับหน้าที่วาทยกรในการแสดงครั้งนี้คือ เทร์เจย์ มิกเคลเซน
อาจารย์ประจำวิทยาลัยการดนตรีของมหาวิทยาลัยมหิดล
เขาร่วมเล่นกับวง St. Petersburg Philharmonic และ Moscow Radio Orchestra
นอกจากนี้ยังเคยควบคุมวงดัง ๆ อย่าง Warsaw Philharmonic,
Cologne Radio Orchestra, Hamburg Radio Orchestra,
Belgian Radio Orchestra, BBC Welsh Symphony Orchestra
และ Philharmonica Hungarica


9 ตุลาคม 2547
South – East Asian Youth Wind Ensemble
นำเสนอโดย มหาวิทยาลัยมหิดล
South – East Asian Youth Wind Ensemble ประกอบด้วย
นักดนตรีหนุ่มสาวจำนวน 136 คน จาก 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ได้แก่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า เวียดนาม และไทย
นับว่าเป็นวงที่รวบรวมเอานักดนตรีรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์
เคยบรรเลงเพลงภายใต้การควบคุมวงของวาทยกรชื่อดังระดับโลก
จากหลายประเทศ เช่น นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ลัตเวีย และไทย
วาทยกรผู้ควบคุมการแสดงครั้งนี้ คือ จอร์จ วิเกล จากเนเธอร์แลนด์
เขาเคยร่วมแสดงในฐานะผู้เป่า ทรัมเปตเดี่ยวกับวงดัง ๆ มาแล้ว
เช่น Het Gelders Orchestra, Radio Chamber Orchestra
และ Rotterdam Philharmonic Orchestra นอกจากนี้ยังเคย
เล่นกับวง Netherlands Brass Quintet อยู่นานถึง 20 ปี
ซึ่งเขาเคยออกซีดีและตระเวนเล่นคอนเสิร์ตกับวงนี้อยู่หลายครั้ง
ปัจจุบัน จอร์จ วีเกลรั้งตำแหน่งผู้อำนวยการ ด้านศิลปะของ Rotterdam Conservatoire

บัตรมีจำหน่ายที่
ไทยทิกเก็ตมาสเตอร์ โทร. 0-2262-3456
หรือ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส(ไทย) จำกัด
โทร. 0-2273-5200 (เฉพาะบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด โทร. 0-2661-6835-7
The Swiss Jazz Quartet:
วันที่ :10 ตุลาคม 2547
สถานที่ :Memorial Hall at Shrewsbury International School
รายละเอียด :
D&M Music Studio in association with Shrewsbury International School, Bangkok
are delighted to present The Swiss Jazz Quartet: "No Square".
They will be performing in Thailand for the first time.

"No Square" were founded in July 1994 by
the pianist Michael Fleiner, the saxophone player Daniel Kiffer,
the bassist Andre Hahne and the drummer Yannick Oppliger.

This top international ensemble have released five records
to date: "The Fly" (1996), "Green Apples" (1997), "Empreintes"(1999),
"La Case Chocs" (2000) and "C'est o Doregon" (2002).
No Square have played in many clubs throughout Switzerland,
and have also appeared in the German cities of Hamburg,
Bremen, Berlin, Leipzig, Essen and Frankfurt.
Additionally, they were invited by Chucho Valdes
to the International Jazz Plaza Festival (1998).
The quartet represented their country in Cuba where they
gave three concerts.

The concert will be held in the exciting new venue:
Khunying Sumanee Memorial Hall at
Shrewsbury International School, on Charoenkrung Road Soi 70

on Wednesday, November 10 from 2.30-4.00 pm.
Tickets priced at baht 300 for adults and 150 for students
are available at : D&M Music Studio Tel: 0-2718-7300 or 0-2718-7129,
and also at Asia Books Sukhumvit Tel: 0-2252-4373.
Robinson Piano Showroom (3rd floor,Siam Center)
Tel:0-2-658-1080-1
or by calling Khun Mongkol:01-682-8000 and at the door.
วันที่ระลึกวันทรงดนตรี
วันที่ :20 กันยายน 2547
สถานที่ :หอประชุมจุฬาฯ
รายละเอียด : จุฬาฯ จัดงาน “วันที่ระลึกวันทรงดนตรี” ๒๐ กันยายนนี้ที่หอประชุมจุฬาฯ

ความทรงจำอันประทับใจของนิสิตเก่าชาวจุฬาฯ
ในช่วงเวลาที่เคยใช้ชีวิตในรั้วจามจุรีมีอยู่มากมาย
เหตุการณ์หนึ่งซึ่งยังคงตราตรึงอยู่ในใจของชาวจุฬาฯ ไม่รู้ลืมเลือนก็คือ
การได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จฯ ชื่นชมพระบารมี และพระปรีชาสามารถทางด้านดนตรี
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงดนตรีพระราชทาน
แก่นิสิตจุฬาฯ ในวันที่ ๒๐ กันยายนของทุกปี จนถึง ทุกวันนี้ “วันทรงดนตรี”
ยังคงมีความหมายสำคัญยิ่งสำหรับชาวจุฬาฯ ทุกคน

วันทรงดนตรี ถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณพิเศษที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเนื่องจากเหตุที่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
ซึ่งประสูติในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๐ ซึ่งตรงกับวันพระราชทานปริญญาบัตร
ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับ พระราชทานพระนามว่า
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชมโสมนัสแก่คณาจารย์
และนิสิตอย่างยิ่ง ต่อมาในวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๐๐
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นิสิตจุฬาฯ จำนวน ๔,๐๐๐ คนเข้าเฝ้าฯ
ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร ในโอกาสนั้นได้ทรงดนตรีพระราชทาน แก่นิสิตด้วย
เนื่องจากเป็นวันที่มีวงดนตรีของสถานีวิทยุ อ.ส. บรรเลงออกรายการเป็นประจำทุกวันศุกร์
ในวันนั้นนิสิตทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพร้อมใจกันบริจาคเงิน
สมทบทุนอานันทมหิดล แม้จะเป็นจำนวนไม่มากแต่ก็เป็นการแสดงน้ำใจของนิสิต
ที่ต้องการถวายความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
หลังจากนั้นสถานีวิทยุ อ.ส. ได้เชิญวงดนตรีสากลของ ส.จ.ม.
ไปบรรเลงสดออกอากาศที่สถานีวิทยุ อ.ส. ในบ่ายวันศุกร์ประมาณสองเดือนครั้ง
และในวันหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งกับหัวหน้าวงดนตรีสากล ส.จ.ม.
ในขณะนั้นคืออาจารย์สันทัด ตัณฑนันท์ ที่จะทรงพระมหากรุณาธิคุณนำวงลายคราม
ของพระองค์มาบรรเลงที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ
แก่ชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นงานวันทรงดนตรีก็มีขึ้นเป็นประจำ
ในวันที่ ๒๐ กันยายน จนกระทั่งปี ๒๕๑๖ รวมแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาทรงดนตรี
พระราชทานแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรวมทั้งสิ้น ๑๕ ครั้ง

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพ
ทางด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จึงจัดงาน “วันที่ระลึกวันทรงดนตรี” ขึ้นในวันจันทร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๗
เวลา ๑๗.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ หอประชุมจุฬาฯ
กิจกรรมในงานประกอบด้วยการแสดงดนตรีโดยวงดนตรีชมรมดนตรีสากล
สโมสรนิสิตจุฬาฯ (ซี.ยู.แบนด์) การขับร้องเพลง อันไพเราะ
ทั้งบทเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงประจำมหาวิทยาลัย
โดยนักร้องกิตติมศักดิ์ซึ่งได้เคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
ในการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงดนตรี ร่วมด้วยอดีตนักดนตรีวงซี.ยู.แบนด์
จะร่วมบรรเลงดนตรีกับนิสิตปัจจุบันด้วย ทั้งนี้จะมีการรวบรวมเงิน
เพื่อสมทบทุนอานันทมหิดลเช่นที่เคยปฏิบัติมาในการเสด็จพระราชดำเนิน
มาทรงดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสามารถบริจาคได้ในวันงาน
หรือบริจาคสมทบทุนฯ ได้ที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “สมทบทุนอานันทมหิดล วันที่ระลึกวันทรงดนตรี”
เลขที่บัญชี ๐๔๕-๓-๐๓๙–๗๙-๗
ผู้ที่สนใจเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงานสารนิเทศ จุฬาฯ โทร. ๐–๒๒๑๘–๓๓๖๔-๕
VIOLIN AND PIANO RECITAL
วันที่ :26 กันยายน 2547
สถานที่ :โรงแรม โซฟิเทล สีลม กรุงเทพ ชั้น 38
รายละเอียด : IBYCUS CONCERT SERIES 2004
VIOLIN AND PIANO RECITAL

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องของแฟนๆ สำหรับนักไวโอลินชั้นแนวหน้าของเมืองไทย
สิทธิชัย เพ็งเจริญ หลังจากที่เข้าได้ฝากฝีไม้ลายมือและประสบความสำเร็จอย่างสูง
ในการเป็นวาทยากรและแสดงเดี่ยวไวโอลินให้กับวง
Bangkok Metropolitan Chamber Orchestra เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ครั้งนี้เขาได้ซุ่มเงียบเพื่อซ้อมอย่างหนัก ในการเตรียมตัวที่จะออกแสดงเดี่ยวไวโอลิน
ร่วมกับนักเปียโนฝีมือดีชาวญี่ปุ่น อย่าง ดร.เอริ นาคากาวา
ใน อีบีคุส คอนเสิร์ต ซีรี่ส์ 2004 ในงาน Violin & Piano Recital
เสนอบทเพลงของ Vitali, Mozart, Schubert, Ysaye, Schuman,
Prokofieff, Tchaikovsky และ Paganini ในบทเพลง La Campagnella ( Original Version )

อีบีคุส คอนเสิร์ต ซีรี่ส์ 2004 ร่วมกับ เยนคาเฟ่ กาแฟพันธุ์อราบิก้า แบบสำเร็จรูป,
แอคคอร์ แอดวานซ์เทซ พลัส, สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ และร้านเอเชียบุคส์,
ขอเชิญทุกท่าน พบกับสุดยอดนักไวโอลิน ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย สิทธิชัย เพ็งเจริญ
และนักเปียโนชาวญี่ปุ่น ดร.เอริ นาคากาวา

รอบแรกในวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2547 เวลา 17.00 น.
ที่โรงแรม โซฟิเทล สีลม กรุงเทพ ชั้น 38
บัตรราคา 500 บาท และราคา 300 บาท สำหรับนักเรียน นักศึกษา
รวมชา กาแฟ อาหารว่างและไวน์ ( บริการเวลา 16.30 )
จองที่นั่งได้แล้วที่เคานท์เตอร์ รีเซฟชั่น
โรงแรมโซฟิเทล สีลม กรุงเทพ โทร 02-238-1991
และร้านเอเชียบุคส์ (สาขาสุขุมวิท) โทร 02-615-0428-9

อีกครั้งในวันศุกร์ ที่ 1 ตุลาคม 2547 เวลา 20.00 น.
ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย
บัตรราคา 500 บาท และ 200 บาท สำหรับนักเรียน นักศึกษา
(ชิมกาแฟ เบนคาเฟ่ ช่วงพักครึ่งการแสดง)
จองที่นั่งได้แล้ววันนี้ที่ร้านเอเชียบุคส์ (สาขาสุขุมวิท) โทร 02-615-0428-9
พิเศษสุดๆ สำหรับการแสดงทั้ง 2 รอบ เพียงท่านแสดงบัตร Accor Advanctage Plus
ลดทันที 15% หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีบีคุส โทร 02-932-9208
email : ibycusmusic@yahoo.com
Bangkok's 6th International Festival of Dance & Music
วันที่ :8 กันยายน 2547
สถานที่ :หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายละเอียด :
Bangkok's 6th International Festival of Dance & Music
มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ ครั้งที่ 6
ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8 กันยายน – 13 ตุลาคม 2547 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
บัตรมีจำหน่ายที่ไทยทิกเก็ตมาสเตอร์ หรือ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส(ไทย) จำกัด
รายละเอียดของการแสดงมีดังต่อไปนี้

The Fairy’s Kiss & Carmina Burana
วันที่ 8 และ 12 กันยายน 2547
ส่วนที่ 1: The Fairy’s Kiss
ผู้ประพันธ์เพลง: อิกอร์ สตราวินสกี

การแสดงของนักแสดงทั้งหมด 240 ชีวิตจากคณะ Novosibirsk State Opera and Ballet Theatre ประกอบด้วยวงออร์เคสตราที่มีแกรนด์เปียโนถึงสี่หลัง นักร้องประสานเสียง 70 คน มีทั้งเสียงโซปราโน เทเนอร์ บาริโทน และเมซโซ-โซปราโน ร่วมด้วยนักเต้นอีก 65 คน

The Fairy’s Kiss เป็นการแสดงบัลเลต์ผสมโอเปรา ความยาวหนึ่งองก์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็ก ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งต้องกำพร้า เพราะมารดาเสียชีวิตในพายุหิมะ แต่โชคดีที่เขาได้รับความช่วยเหลือจาก นางฟ้าองค์หนึ่ง นับจากนั้นมาโชคชะตาของเขากับนางฟ้าก็แนบแน่นกันมาตลอด หลายปีต่อมา เด็กชายเติบโตเป็นชายหนุ่มสง่างาม วันหนึ่งเขาควงว่าที่เจ้าสาวไปงานเลี้ยง ระหว่างอยู่ในงานเขาได้พบกับคนแปลกหน้า ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนางฟ้าองค์นั้นนั่นเอง ชายหนุ่มตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ของเธอจนทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป นางฟ้าจุมพิตเขาอีกครั้งและครอบครองเขาไว้ได้โดยสมบูรณ์

ส่วนที่ 2: Carmina Burana
ผู้ประพันธ์เพลง: คาร์ล ออร์ฟฟ์
ถ่ายทอดโดยทีมนักดนตรี นักร้อง และวงประสานเสียง 240 คน
จากคณะ Novosibirsk State Opera and Ballet Theatre
การแสดงบัลเลต์ผสมโอเปราชุดนี้มีเค้าโครงเรื่องจากกวีนิพนธ์ว่าด้วยความรักในยุคกลางซึ่งแต่งเป็น ภาษาละตินในยุคกลาง เยอรมัน และฝรั่งเศส เป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันของนักบวชพเนจร กวีเร่ร่อน และนักปราชญ์อนาถาต้นฉบับเดิมประกอบด้วยบทเพลงและบทกวีประมาณ 200 บท มีทั้งเนื้อหาทางโลกและธรรม บรรยายตั้งแต่ความสุขอย่างหาที่เปรียบมิได้กับความคิดคำนึงในเรื่องต่างๆ ขณะที่ รูปแบบการประพันธ์ก็หลากหลายพอ ๆ กับเนื้อหา

Carmen
วันที่ 10-11 กันยายน 2547
โอเปรา 4 องก์
โดยนักเต้น นักดนตรี และนักร้องร่วม 200 ชีวิตจากคณะ Novosibirsk State Opera and Theatre เพิ่มความตระการตาด้วยฉากอันโอ่อ่าและเครื่องแต่งกายอันงดงาม
ผู้ประพันธ์เพลง: เจรอจส์ บีเซ

การแสดงโอเปรา 4 องก์นี้ (บทร้องโอเปราเป็นฝีมือการรังสรรค์ของ เฮนรี ไมล์ฮัก กับลูโดวิก ฮัลเวย์) นำเสนอเรื่องราวที่มีเค้าโครงมาจากนวนิยายของ พรอสเพอร์ เมริมี ฉากของเรื่องเกิดขึ้นที่เมือง เซวิลล์ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1930 สาวยิปซีนามว่า คาร์เมน พบทหารหนุ่ม ดอน โฮเซ หนีทัพและทอดทิ้งสาวคนรักหวังจะมาอยู่กินกับคาร์เมน แต่คาร์เมนกลับปันใจไปให้นักสู้วัวกระทิงผู้สง่างาม เรื่องยุ่งยาก ทั้งหมดจบลงตรงที่ดอน โฮเซแทงคาร์เมนตาย

จูเลีย เกอร์ตเซวา รับบทคาร์เมน ในวันที่ 10 กันยายน ส่วนวันที่ 11 กันยายน เป็นหน้าที่ของ ทาเทียนา กอร์บูโนวา และผู้ที่สวมบทบาทของทหารหนุ่มช้ำรักดอน โฮเซ ได้แก่ โอเลก วิดมาน โดย การแสดงครั้งนี้ ทีโอดอร์ คูเรนต์ซิส จะรับหน้าที่วาทยกรควบคุมวงโนโวสิบิร์สค์ซิมโฟนีออร์เคสตรา การแสดงชุดนี้ของโนโวซิบิร์สค์เธียเตอร์ เคยได้รับรางวัลหน้ากากทองคำประจำปี 2545 ที่กรุงมอสโก

Coppelia
วันที่ 14 กันยายน 2547
บัลเลต์ 3 องก์
การแสดงของ Novosibirsk State Opera and Ballet Theatre
ผู้ประพันธ์เพลง: ลีโอ เดลิเบส

การแสดงชุดนี้ได้รับรางวัลหน้ากากทองคำ “บัลเลต์ยอดเยี่ยมที่สุด” จากงานประกวด National Theatre ระดับชาติประจำปี 2546 ซึ่งนับเป็นรางวัลอันสูงส่งที่สุดในรัสเซีย

บัลเลต์ 3 องก์ชุดนี้เป็นการรื้อฟื้นบทละครของมารีอินสกีเธียเตอร์ที่นำออกแสดงเมื่อปี 2437
บทร้องโอเปรามีเค้าโครงจากนิทานของ อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์มันน์ เนื้อหามีอยู่ว่า สวานิลดากับปรานซ์เป็นคู่หมั้นกันแต่ฟรานซ์ไม่อาจตัดใจจากคอปเพเลียบุตรสาวคนสวยของคอปเพลิอุสได้ คนในหมู่บ้านไม่เคยมีใครได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ชัด ๆ เลย อย่างมากก็เห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้าต่างในบ้านวันหนึ่งคอปเพลิอุสเผลอทำกุญแจหล่นที่ร้านขายเหล้า สวานิลดากับเพื่อน ๆ พบเข้า จึงตัดสินใจนำกุญแจดอกนั้นไปไขเข้าบ้าน
คอปเพลิอุสเพื่อเจรจากับคอปเพเลีย พอเข้าไปสวานิลดาจึงได้พบความจริงว่า หญิงสาวแสนสวยที่ร่ำลือกันนั้นแท้จริงแล้วเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งที่คอปเพลิอุสพยายามปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้นมาและเขามุ่งจะเอาชีวิตของ ฟรานซ์มาใส่ให้ตุ๊กตาตัวนี้สวานิลดาพยายามช่วยชีวิตชายคนรักจากแผนการร้ายนั้นจนสำเร็จทั้งสองคนได้แต่งงานและครองรักกันในที่สุด
ผู้สวมบทบาทของสวานิลดาคือ นาตาเลีย เยอร์โชวา และฟรานซ์ แสดงโดย วลาดีมีร์ กรีกอรีฟ

The Novosibirsk Symphony Orchestra
วันที่ 15 กันยายน 2547
ผู้ประพันธ์เพลง: ทีโอดอร์ เคอร์เรนต์ซิส

วงซิมโฟนีออร์เคสตราของ Novosibirsk State Opera and Ballet Theatre โด่งดังทั้งในเรื่องการแสดงคอนเสิร์ตได้น่าประทับใจและในฐานะวงบรรเลงดนตรีประกอบการแสดงโอเปราและ บัลเลต์ของคณะโนโวสิบิร์สค์

การแสดงครั้งนี้หลากหลายมาก มีตั้งแต่บทเพลงคลาสสิกจนถึงเพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่เพลงประกอบการแสดงละครจนถึงการแสดงที่ผสมผสานกับนักร้องประสานเสียงและนักร้องเดี่ยว
วงออร์เคสตราวงนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในประเทศต่าง ๆ ที่ไปเปิดการแสดง ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย สเปน โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ เกาหลี ญี่ปุ่น อิตาลี และเยอรมนีการแสดงในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ชวนประทับใจยิ่งขึ้นเพราะฝีมือการควบคุมของทีโอดอร์ เคอเรนต์ซิส

เคอร์เรนต์ซิสเป็นหัวหน้าวาทยกรของ Novosibirsk State Opera and Ballet Theatre
และเป็น วาทยกรระดับแนวหน้าของรัสเซียเขาเคยร่วมแสดงคอนเสิร์ตกับวงดัง ๆ มากมาย
ทั้งในฐานะวาทยกรและ นักแสดงเดี่ยว เช่น
St.Petersburg Philharmonic Orchestra,
St.Petersburg Symphony Orchestra, Maryinsky Theatre’s Orchestra,
Sofia Festival Orchestra, Cleveland Festival Orchestra,
National Opera Orchestra of Byelorussia, Moscow Helicon Opera Orchestra,
Moscow State Radio and Television Orchestra, Pletnev’s Russian National Orchestra,
Fedoseev’s Big Symphony Orchestra และ Spivakov’s Orchestra Moscow Vituosi
นอกจากนี้ปัจจุบันเขายังเป็นวาทยกรประจำวง National Russian Philharmonic Orchestra ในกรุงมองโกด้วย

การแสดงภายใต้การควบคุมวงของเคอเรนต์ซิสในครั้งนี้ จะนำเสนอบทเพลงดัง ๆ เช่น Polovtsian Dances จากองก์ที่ 2 ของโอเปราเรื่อง Prince Igor ผลงานประพันธ์ของอะเลกซานเดอร์ โบโรดิน, Symphony no.7 ของบีโธเฟน, Adagio Startacus and Phrygia จากบทละครสำหรับเต้นรำ
สี่องก์เรื่อง Spartacus ของคาชาตูเรียน และ Symphony No.5 ของเมนเดลส์สอห์น เป็นต้น

Novosibirsk State Opera and Ballet Theatre
วันที่ 16-17 กันยายน 2547
บัลเลต์ 3 องก์
ผู้ประพันธ์เพลง: ปิออตร์ ไชคอฟสกี

การแสดงบัลเลต์พร้อมด้วยบทโหมโรงนี้มีเค้าโครงมาจากนิทานของ ชาร์ลส์ แพร์รอต นำออกแสดงครั้งแรก เมื่อปี 2433 ที่โรงละครมารีอินสกี บทร้องลิเบรตโตเป็นฝึมือการประพันธ์ของอิวาน วเซโวโลซกี กับ มาริอุส เปติปา การแสดงชุดนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวเทพนิยายรักอย่างลึกซึ้ง

บัลเลต์เรื่องนี้แสดงโดยนักเต้นและนักดนตรีของคณะ Novosibirsk State Opera and Ballet Theatre ภายใต้การควบคุมวงของ เยฟเกน โวลินสกี นักแสดงที่รับบทเจ้าหญิงนิทราคือ นาตาเลีย เยอร์โชวา ส่วนเจ้าชายดีไซร์ในวันที่ 16 กันยายน รับบทโย วีตาลี โปลอฟนิคอฟ และ วลาดีมีร์ กริกอรีฟ ในวันที่ 17 กันยายน

Swan Lake (องก์ที่ 2), Go for Barocco, The Dying Swan และ Paquita
วันที่ 22 กันยายน 2547
โดย Les Ballets Trockadero De Monte Carlo

คณะบัลเลต์ชายล้วนมืออาชีพจากนิวยอร์กคระนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2517โดยกลุ่มผู้รักศิลปะระบำปลายเท้ากลุ่มหนึ่งวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อสร้างสรรค์ความบันเทิงจากการเลียนแบบการแสดงเรื่องดัง ๆ ทั้งหลาย ทั้งแบบคลาสสิกและสมัยใหม่อารมณ์ขันในการแสดงเกิดจากการถ่ายทอดฉากจริงจังทั้งหลายในรูปของการแสดงเหนือจริง หรือถ่ายทอดความบกพร่องและอุบัติเหตุต่าง ๆ ฉากที่นำมาแสดงได้แก่ สวอนเลก (องก์ที่ 2) Go for Barocco, The Dying Swan และ Paquita

ซินเดอเรลลา
วันที่ 24-25 กันยายน 2547

แสดงโดยนักเต้น 35 คนและสุนัข 40 ชีวิตของ World Dog Theatre จากอุซเบกิสถานคณะ World Dog Theatre จากอุซเบกิสถานของ เอดเวิร์ด อาร์ซูมานอฟจะทำให้ผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันทั่วหน้านับว่าเป็นการถ่ายทอดนิทานที่ทั่วโลกชื่นชอบในรูปแบบที่ท่านไม่เคยพบมาก่อนฉากของเรื่องเกิดขึ้นในยุคต่าง ๆ ของประวัติศาสตร์และในหลากหลายประเทศ

Michelle Nicolle Quartet
วันที่ 28 กันยายน 2547
นำเสนอโดย สถานทูตออสเตรเลีย

มิแชล นิโคล เป็นทั้งผู้เรียบเรียงเสียงประสาน หัวหน้าวง และนักร้องแจซที่เคยได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย เธอได้รับรางวัลนักร้องแจซระดับชาติของออสเตรเลีย เมื่อปี 2544 และ 2546

Michelle Nicolle Quuartet จะนำเสนอบทเพลงจากฝีมือการประพันธ์ของนิโคลตลอดจนผลงานของนักประพันธ์ชื่อดังชาวอเมริกัน เช่น เออร์วิง เบอร์ลิน, แมนชินี, บิลลีสเตรย์ฮอร์น เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีเพลงที่นักฟังเพลงชาวไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จักดีแต่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบรรยากาศในงานครั้งนี้ การแสดงชุดนี้มี มิแชล นิโคลเป็นนักร้องนำ และร่วมด้วย รอนนี เฟเรลลา (กลอง), โฮเวิร์ด เคร์นส์ (ดับเบิลเบส) และเจฟฟ์ ฮิวส์ (กีตาร์)

Courtney Pine Jazz Group
28 กันยายน 2547
นำเสนอโดย บริติช เคาน์ซิล

คอร์ตนีย์ ไพน์ ได้รับรางวัล OBE (Order of the British Empire)ในฐานะผู้มีคุณูปการต่อวงการแจ๊ซของอังกฤษ ไพน์เป็นนักแซกโซโฟนที่รวบรวมนักดนตรีรุ่นใหม่ซึ่งทุ่มเทชีวิตจิตใจให้ดนตรีแจ๊ซผลงาน อัลบัมล่าสุดของเขาชื่อว่า “Devotion” มีดนตรีหลากหลายสไตล์ ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของไพน์ในฐานะผู้ชื่นชอบดนตรีร่วมสมัยและได้รับอิทธิพลของดนตรีตะวันออก/เอเชียการแสดงครั้งนี้จะผสมผสานดนตรีแจ๊ซเข้ากับจังหวะดนตรีต่าง ๆ เช่น ฮิปฮอป แร็กเก และอาร์แอนด์บี รับรองว่าการแสดงชุดนี้จะทำให้ผู้ชมคึกคักจนต้องลุกขึ้นขยับแข้งขยับขาแน่นอน

Introdans
29 กันยายน 2547
นำเสนอโดย สถานทูตเนเธอร์แลนด์

อินโทรดันส์เป็นคณะเต้นรำร่วมสมัยและเป็นคณะบัลเลต์ที่แข็งขันที่สุดและใหญ่ที่สุดคณะหนึ่งของเนเธอแลนด์ สไตล์การแสดงได้รับอิทธิพลจากผู้ออกแบบท่าเต้นหลายคน ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานบัลเลต์ โดยการนำความคลาสสิกและองค์ประกอบทางคำร้องมาร่วมกันด้วยเทคนิคร่วมสมัย การแสดงครั้งนี้มีชื่อว่า “Emotions in music and dance” และประกอบการแสดงห้าชุดคือ Palimpsest, Strange Humours, Andante, Rushes และ Bolero จุดใหญ่ใจความของการแสดงคือการสะท้อนให้เห็นถึงพลังของดนตรีและการเต้นตลอดจนการถ่ายทอดอารมณ์ต่าง ๆ

Janet Seidel Quintet
วันที่ 2 ตุลาคม 2547
นำเสนอโดย สถานทูตออสเตรเลีย

เจเน็ต ไซเดล พำนักอยู่ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเธอเป็นนักร้องแนวแจ๊ซแบบคลาสสิกและ คัดสรรเฉพาะนักดนตรีฝีมือดีที่สุดของออสเตรเลียมาร่วมวงเจเน็ตเคยพาวงของเธอตระเวนเปิดการแสดง มาแล้วทั่วออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ฯลฯ ลูกวงของเธอได้แก่ ชัค มอร์แกน (กีต้าร์), เดวิด ไซเดล (เล่นเบสและเรียบเรียงเสียงประสาน) เบน โจนส์และอาดัมส์ พาเช (แซ็กโซโฟนและนักร้อง)

Mississippi Blues by Coco York/Mike Del Ferro Trio
วันที่ 2 ตุลาคม 2547
นำเสนอโดย สถานทูตสหรัฐอเมริกา

ดนตรีแนวบลูส์ถือกำเนิดขึ้นทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในฐานะที่เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวอเมริกันผิวดำ อย่างไรก็ตามเมื่อดนตรีแนวนี้แพร่หลายไปสู่เมืองใหญ่ ๆ ของภาคใต้ ความเป็นดนตรีพื้นบ้านก็เริ่มผสมผสานกับดนตรีแจซซึ่งเพิ่งก่อตัวขึ้นไม่นานวงมิสซิสซิปปี บลูส์ จะพาผู้ฟังท่องไปในประวัติศาสตร์นับร้อยปีของเพลงบลูส์ โดยผ่านบทเพลงที่มีผู้แต่งและร้องตลอดเวลาที่เพลงบลูส์แพร่หลายไปทั่วสหรัฐฯ

ชื่อของ โคโค ยอร์ก คือสัญลักษณ์ของแจซ เธอเคยร่วมแสดงกับศิลปินชื่อดังมากมายเช่น คลาร์ก เทอรี, ไลโอเนล ริชชี, บี.บี.คิงและเคยแสดงเฉพาะพระพักตร์ของสมเด็จพระราชินีบีอาทริกซ์แห่ง เนเธอแลนด์ ตลอดจนเคยแสดงในงาน North Sea Jazz Festival และ Jazz and Heritage Festival of New Orleans เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นยังเคยมีผลงานเป็นอัลบัมกับค่ายเพลงใหญ่มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น RCA, EMI และ CBS

ไมค์เดล เฟอร์โร เป็นนักแต่งเพลง นักเรียบเรียงเสียงประสาน นักดนตรีแสดงเดี่ยวและหมู่เคย เปิดการแสดงมาแล้วมากมายและมีผลงานอัลบัมหลายชุดเคยเล่นดนตรีแบ็กอัพให้แก่ศิลปินดัง ๆ มาแล้วกว่า 20 อัลบัม แนวดนตรีของเขาหลากหลาย มีตั้งแต่แบบ Dixieland จนถึง Worldmusic นักดนตรีที่จะร่วมแสดงในครั้งนี้ได้แก่ บาร์ต เดนอล์ฟ (เบส) และ เซบาสเตียน แค็บไตน์ (กลอง)

Urban Connection
วันที่ 6 ตุลาคม 2547
นำเสนอโดย สถานทูตเนเธอร์แลนด์

Urban Connection ไม่เพียงครองใจของคอแจซในนอร์เวย์เท่านั้นแต่ยังเปิดการแสดงทั่วยุโรปและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีนับเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการแจ๊ซของนอร์เวย์วงนี้ประกอบด้วยนักดนตรีฝีมือดีสามคน ได้แก่ โฟรด ไนโม (อัลโตแซ็กโซโฟน),สไตนาร์ แร็กเนส (ดับเบิลเบส) และฮาคอน มจาเซต โจฮันเซน (กลอง)พวกเขาเป็นตัวแทนของนักดนตรีแจ๊ซรุ่นใหม่ของนอร์เวย์ซึ่งสามารถนำเอาลักษณะเด่นของดนตรีอะคูสติกแบบดั้งเดิมกับพลังของอิเล็กทรอนิกส์ในสมัยปัจจุบันมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวการแสดงของวงนี้จะเต็มไปด้วยความเร้าใจ ทันสมัย และกระชับเนื้อหาของดนตรีซึ่งแต่งขึ้นมาเองทั้งหมดจะมีแต่ความแปลกใหม่ซึ่งหาที่อื่นได้ยาก

The Swedish Jazz Kings
วันที่ 6 ตุลาคม 2547
นำเสนอโดย สถานทูตสวีเดน
วงดนตรีนี้ก่อตั้งขึ้นโดย โทมัส ออร์นเบิร์ก เมื่อปี 2528โดยเริ่มจากการเป็นสตูดิโอแบนด์เพื่อเล่นให้กับ คลาเรนส์ วิลเลียมส์สำหรับบ็อบ เออร์ดอสผู้ควบคุมการบันทึกเสียงชาวอเมริกัน จากนั้นก็พัฒนาเป็นวงที่มีชื่อเสียงแพร่หลายไปทั่วโลกโดยเล่นดนตรีแนวที่เคยเฟื่องฟูอยู่ในชิคาโก/นิวออร์ลีน เมื่อช่วงคริสต์ ทศวรรษที่ 1920 ปรัชญาสำคัญของวงคือการรวบรวมเอานักดนตรีแนวคลาสสิกแจซชั้นนำของยุโรปเข้าไว้ด้วยกัน วงนี้เคยแสดงและบันทึกเทปกับศิลปินรับเชิญระดับโลกหลายคน เช่น เคนนี ดาเวิร์น, รอย วิลเลียมส์, โจ มูรันยี และบ็อบ บาร์นาร์ด เป็นต้น ในวงประกอบด้วย เฮอร์เบิร์ต ไครสต์ (ทรัมเปต/คาร์เนต/ร้อง) โทมัส ออร์นเบิร์ก(คลาริเน็ต/โซปราโนแซ็กโซโฟน/หัวหน้าวง) สปัตส์ แลงแฮม (แบนโจ/กีตาร์/ร้อง) คริสเตียน แฟรงก์ (สตริงเบส/เบสแซ็กโซโฟน) และมาร์ทิน ลิตตัน (เปียโน)

South - east Asian Youth Symphony Orchestra
วันที่ 8 ตุลาคม 2547
นำเสนอโดย มหาวิทยาลัยมหิดล

South - east Asian Youth Symphony Orchestra ประกอบด้วยนักดนตรีหนุ่มสาวจำนวน 136 คน จาก 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า เวียดนาม และไทย นับว่าเป็นวงที่รวบรวมเอานักดนตรีรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วย พรสวรรค์เคยบรรเลงเพลงภายใต้การควบคุมวงของวาทยกรชื่อดังระดับโลกจากหลายประเทศ เช่น นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ลัตเวีย และไทย

ผู้ที่จะรับหน้าที่วาทยกรในการแสดงครั้งนี้คือ เทร์เจย์ มิกเคลเซนอาจารย์ประจำวิทยาลัยการดนตรีของมหาวิทยาลัยมหิดล เขาร่วมเล่นกับวง St. Petersburg Philharmonic และ Moscow Radio Orchestra นอกจากนี้ยังเคยควบคุมวงดัง ๆ อย่าง Warsaw Philharmonic, Cologne Radio Orchestra, Hamburg Radio Orchestra, Belgian Radio Orchestra, BBC Welsh Symphony Orchestra และ Philharmonica Hungarica

South – East Asian Youth Wind Ensemble
วันที่ 9 ตุลาคม 2547
นำเสนอโดย มหาวิทยาลัยมหิดล

South – East Asian Youth Wind Ensemble ประกอบด้วยนักดนตรีหนุ่มสาวจำนวน 136 คน จาก 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า เวียดนาม และไทย นับว่าเป็นวงที่รวบรวมเอานักดนตรีรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ เคยบรรเลงเพลงภายใต้การควบคุมวงของวาทยกรชื่อดังระดับโลกจากหลายประเทศ เช่น นอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ลัตเวีย และไทย
วาทยกรผู้ควบคุมการแสดงครั้งนี้ คือ จอร์จ วิเกล จากเนเธอร์แลนด์เขาเคยร่วมแสดงในฐานะผู้เป่า ทรัมเปตเดี่ยวกับวงดัง ๆ มาแล้ว เช่น Het Gelders Orchestra, Radio Chamber Orchestra และ Rotterdam Philharmonic Orchestra นอกจากนี้ยังเคยเล่นกับวง Netherlands Brass Quintet อยู่นานถึง 20 ปี ซึ่งเขาเคยออกซีดีและตระเวนเล่นคอนเสิร์ตกับวงนี้อยู่หลายครั้ง ปัจจุบัน จอร์จ วีเกลรั้งตำแหน่งผู้อำนวยการ ด้านศิลปะของ Rotterdam Conservatoire

La Boheme
วันที่ 13 ตุลาคม 2547 รอบปฐมทัศน์ระดับนานาชาติ
บัลเลต์ 3 องก์
ผู้ประพันธ์เพลง: Giocomo Puccini โดย The West Australian Ballet
นำเสนอโดย สถานทูตออสเตรเลีย

คณะบัลเลต์ออสเตรเลียตะวันตกนี้อยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2496 โดยมาดามคีรา บูสลอฟฟ์ เป็นคณะบัลเลต์ 1 ใน 3 ของออสเตรเลีย มีชื่อเสียงทั้งในแง่การแสดงบัลเลต์แบบคลาสสิกและบัลเลต์ร่วมสมัย ตลอดจนระบำร่วมสมัย

การแสดงบัลเลต์ 3 องค์เรื่อง ลาดบแอ็ม ครั้งนี้ นำเสนอเรื่องราวที่มีเค้าโครงมาจากบทละคร โอเปราที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นที่ชื่นชอบฃองแฟน ๆ บัลเลต์ทั่วโลก เนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมความรักจากปลายปากกาของ เอช.เมอร์เกอร์เรื่อง Scenes from the Life of Boheme (ฉากชีวิตของโบแอ็ม)

บทเพลงโรแมนติกฝีมือการรังสรรค์ของปุชชินีจะพาผู้ชมเดินทางย้อนอดีตกลับไปที่ปารีสใน ยุคคริสต์ทษวรรษที่ 1930 อันเป็นตอนที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามท้องเรื่อง
เชิญร่วมหาประสบการณ์แห่งรัก ความลุ่มหลง ความปีติยินดีและโศกนาฏกรรมพร้อมกับการเรียนรู้ชีวิตของศิลปินโบฮีเมียนหนุ่มสาวในเมืองที่พร่างพรายไปด้วยแสงสี

บัตรมีจำหน่ายที่
ไทยทิกเก็ตมาสเตอร์ โทร. 0-2262-3456
หรือ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส(ไทย) จำกัด
โทร. 0-2273-5200 (เฉพาะบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด โทร. 0-2661-6835-7

---------------------
Flute & String Trio
วันที่ :22 สิงหาคม 2504
สถานที่ :Sofitel Silom Bangkok
รายละเอียด :
อีบีคุส ซันเดย์ คอนเสิร์ต ซีรี่ส์
เชิญท่านสัมผัส ฮิโรชิ มัทสึชิมะ นักเป่าฟลุ๊ทหนุ่มชาวญี่ปุ่น
Sofitel Silom Bangkok ร่วมผสมผสานเสียงดนตรีกับ เดอะ ลัตเวียน สตริง ทรีโอ
กลุ่มนักดนตรี ประเภทเครื่องสาย แห่งวงลัตเวียน เนชั่นแนล
ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า จากประเทศลัตเวีย พร้อมแสดงและผสานเสียง
อันพลิ้วไหวรอให้ท่านสัมผัสแล้วที่ โรงแรมโซฟิเทล สีลม กรุงเทพ

อีบีคุส ซันเดย์ คอนเสิร์ต ซีรี่ส์ ร่วมกับเบนคาเฟ่ กาแฟพันธุ์อราบิก้า แบบสำเร็จรูป,
แอคคอร์ แอดวานซ์เทช พลัส,  ร้านบุคกาซีนและสมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ
เสนอรายการพิเศษสุด “Flute & String Trio” เย็นย่ำวันอาทิตย์ บนชั้น 38
เชิญทุกท่านสัมผัสเสียงดนตรีพลิ้วไหวจากฟลุ๊ทและเครื่องสาย จาก 4 นักดนตรีชั้นเอก
ผู้มากด้วยความสามารถที่ผสมผสานเสียงดนตรีได้อย่างกลมกลืน ชนิดที่สะกดผู้ฟัง
ให้เคลิบเคลิ้มอยู่ในภวังค์ของตัวโน๊ตได้อย่างมิรู้ลืม

เดอะ ลัตเวียน สตริง ทรีโอ ประกอบด้วยนักดนตรี ประเภทเครื่องสายชั้นยอด
จำนวน 3 ท่านจากวง Latvian National Symphony Orchestra ประกอบด้วย
Inga Causa (ไวโอลิน),
Juris Madrevich (วิโอล่า)
และ Juris Laktis (แชลโล)
วงนี้เป็นที่รู้จักกันในระดับนานาชาติด้วยฝีมือการเล่นดนตรีประสานกันอย่างยอดเยี่ยม
และการแสดงที่โดดเด่น นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 1926
หลังจากนั้นได้เดินทางไปเปิดการแสดง ในทุกๆ ประเทศของยุโรป
และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นการแนะนำเพลงเก่าแก่แบบฉบับลัตเวียน
สู่สายตาชาวโลก นอกเหนือจากผลงานในการแสดงดนตรีเครื่องสายแต่อย่างเดียว เมื่อปี 2003
วงนี้ได้จัดการแสดงในญี่ปุ่นร่วมกับนักเล่นแชลโล่ระดับโลกอย่าง Mischa Meiski
ซึ่งได้รับประสบความสำเร็จอย่างสูง

ฮิโรชิ มัตสึชิมะ นักเป่าฟลุ๊ทชาวญี่ปุ่น เป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์
มหาวิทยาลัยมหิดล เขาได้รับการศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น ออสเตรีย และเยอรมนี ฮิโรชิ
เป็นผู้มีความมุ่งมั่นในการเป็นนักดนตรี เขาเคยได้ร่วมแสดงความสามารถในงาน
International Music Festivals ซึ่งจัดในยุโรป ก่อนที่เขาจะมาเมืองไทย

เตรียมสัมผัสการแสดงในวันอาทิตย์ ที่ 22 ส.ค. 2547
เวลา 17.00 น. ที่โรงแรมโซฟิเทล สีลม กรุงเทพ (ชั้น 38)
บัตรราคา 500 บาทและ300 บาท สำหรับนักเรียนนักศึกษา รวมชา กาแฟ
อาหารว่างและไวน์ (บริการเวลา16.30 น.)
พิเศษสำหรับผู้ถือบัตร Accor Advanctage Plus ลดทันที 15 %
จองที่นั่งได้แล้วที่ร้านเดลิส ช็อป โรงแรมโซฟิเทล สีลม กรุงเทพ
โทร. 0 2238 1991 หรือสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีบีคุส
โทร. 0 2932 9208
อีเมลล์  ibycusmusic@yahoo.com

Flute & String Trio at Sofitel Silom Bangkok
The Flute and Latvian String Trio scheduled to perform in
the Ibycus Sunday Concert Series on August 22, 2004,
starting at 5 P.M. at Sofitel Silom Bangkok will
featu